One Piece วันพีช หนวดขาว Whitebeard ★エドワード・二ューゲート

ฉายา 1ใน4 จักรพรรดิ เอ็ดวาด นิวเกต หนวดขาว(Four Emperors -Whitebeard)
ค่าหัววันพีช ประมาณ 1,200,000,000
อายุ 72 ปี
- เกิด 6 เมษายน
ส่วนสูง 470 cm
เรือ โมบี้ดิก  (MOBY DICK)
ตำแหน่ง  กัปตันกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว(Whitebeard)
- จักรพรรดิขาว นิวเกต(Whit YONKOU)
ผลปีศาจ  กุระ กุระ (Gura Gura) สายพารามิเซีย
ผลแผ่นดินไหว พลังส่งครื่นความสั่นสะเทือนในระดับสูง(อาฟเตอร์ช็อก)
ธาตุปฏิปักษ์-จุดอ่อน แพ้อายุขัยตนเอง
อาวุธ ง้าว(BISENTO) 
- พลังฮาคิทั้ง 3 รูปแบบ
สัตว์เลี้ยง หมาชื่อสเตฟาน(Stefan)
ครอบครัว ลูก ฟีนิกซ์ มัลโก้(Phoenix MARCO), เอส (Portgas D. Ace),โจส (Diamond),ซัจ (Thach), วิสต้า (Vista),เบลมันโก้(Blamenco),ราคุโย (Rakuyo),นามิล (Namur),เบลนไฮม์(Blenheim),คลูเอล (Curiel), คิงดิว (Kingdew),ฮารุตะ (Haruta),แอ็ดมอส (Atmos), ฟอสซ่า(Fossa),อิโซ (Izou) , สปรีด จิรุ(Supido Jiru)
เผ่าพันธุ์ มนุษย์


"มันคือสิ่งที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น  และในอนาคตอีกไม่นาน
ใครสักคนจะปรากฏตัวขึ้น...พร้อมกับภาระอันยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ  
และจะประกาศสงครามกับโลกใบนี้"  
กล่าวโดย ราชาหนวดขาว เอ็ดวาดร์ นิวเกต

           เอ็ดเวิร์ด นิวเกต หนวดขาว (Whitebeard) เป็นชายแก่ที่มีหนวดสีขาวรูปร่างคร้ายพระจันทร์เสี้ยวซึ่งเป็นมาของฉายา"หนวดขาว" มีร่างกายใหญ่โตผิดมนุษย์ทั่วๆไปมักไม่สวมเสื้อด้านในแต่จะสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่ในแบบกัปตันที่ดูคล้ายเสื้อคลุมของพวกทหารเรือ  มีรอยสักที่เป็นสัญลักษหนวดขาวอยู่ที่ด้านหลัง และมีรอยแผลเป็นมากมายตามร่างกายที่ได้มาจากการต่อสู้ตั้งแต่สมันยังหนุ่มแต่มีเพียงรอยแผลบริเวณหน้าอกของเค้าที่เกิดจากการต่อสู้กับ โรเจอร์เท่านั้นที่ไม่เคยจางหายไปนิสัยของเค้าดูเหมือนจะเป็นคนร่าเริง ไม่สนใจในทรัพย์สมบัติหรือของที่ดูล้ำค่าในสายตาโจรสลัดอื่นๆ สำหรับเค้ากลับมองสิ่งล้ำค่าว่าควรจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจเมื่อได้มาแล้วจะไม่มีใครสามารถแย่งมันไปได้ตลอดกาล
       - ชื่อของเอ็ดวาร์ด นิวเกต อาจมีการอ้างอิงถึงชื่อ โจรสลัดในอดีต ที่มีความดล้ายคลึงกันอยู่หลายชื่อและหนึ่งในนั้นคือ Edward collier ซึ่งเป็นโจรสลัดชาวอังกฏษ มีอายุอยู่ในช่วง ค.ศ 1550-1605
       - ลักษณะและท่าทางเมื่อครั้งเสียชีวิตของเค้าดูคร้าย นักรบของญี่ปุ่นที่ชื่อ เบนเค(Musashibo Benkei)ที่ยอมถูกธนูยิงเพื่อให้ พวกพ้องหนีไปในขณะนั้นคือ โยชิสึเนะซึ่งเค้าเสียชีวิตในขณะที่อยู่ในท่ายืนและในมือยังถืออาวุธอยู่
...............................









                   จ้าวแห่งน้ำ : นิวเกตหนวดขาว ชายผู้ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลก  หลังจากที่ โรเจอร์ถูกประหารและได้รับการกล่าวขวัญจากทั้งพวกโจรสลัดและพวกทหารเรือว่า เป็นชายที่เข้าใกล้วันพีชมากที่สุดแต่ถึงกระนั้นร่างกายของหนวดขาวก็ไม่แข็ง แรงไปตลอดกาล และไม่สามารถต่อสู้กับศัตรูมากมายเหมือนเมื่อครั้งยังหนุ่มนั้นเป็นเพราะใน ปัจจุบันเค้าแก่ชราลงมากแล้วแต่เมื่อ ครั้งยังหนุ่มหนวดขาวสร้างชื่อเสียงมากมายให้กับตนเองจนถึงขั้นได้ชื่อว่า ไร้เทียมทานกันเลยทีเดียวแต่ทว่าเมื่ิอถึงจุดสูงสุดหนวดขาวกลับรู้สึกโดด เดี่ยวและรู้สึกว่า ชื่อเสียงที่โดงดังและความทะเยอทะยานของเค้าก็ไม่ต่างอะไรกับพวกทหารเรือที่ แสวงหาอำนาจให้ตัวเอง  และนั่นจึงเป็นที่มาของการปกป้อง คุ้มครอง เกาะต่างๆที่ต้องการความช่วยเหลือไม่เข้าปล้นฆ่าคนบนเกาะเหมือนโจรสลัดคนอื่น แต่นั่นก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงของเค้าลดน้อยลงเลยแต่กลับยิ่งทำให้ชื่อเสียงของ เค้าโด่งดังมากยิ่งขึ้นเป็นที่มาของตำแหน่ง 1ใน4 จักรพรรดิที่ปกครองโลกใหม่ร่วมกับอีก 3 คน คือ แชงครูส ไคโด บิ๊กมัม  

เอ็ดวาด นิวเกต หนวดขาว - Four Emperors Whitebeard
"ร่างกายที่เคยหนุ่มแน่นในอดีตตอนนี้ดูเหมือนจะแก่ชราลงไปมาก
ความแข็งแกร่งที่เคยมีก็ดูเหมือนจะหดหายไปจนหมด
จะเหลือก็เพียงกำลังใจที่แข้มแข็งที่มาจากลูกๆ...ช่วยคอยค้ำจุนร่างกายนี้"
 
                 นิวเกตหนวดขาว ได้ชื่อเป็น 1ใน4 จักรพรรดิที่น่ากลัวที่สุด มีร่างกายที่แข็งแกร่งแม้จะอายุมากแล้ว มีความสามารถในการใช้  อาวุธประจำตัวที่เรียกว่า บิเซโตะ( Bisento )หรือง้าวญี่ปุ่น  ได้อย่างชำนาญ และทรงพลังเป็นอย่างมากเค้าใช้มันผสานเข้ากับทั้งพลังจากผลไม้ปีศาจและพลัง บุโซโชคุ ฮาคิ(จิตแห่งอาวุธ)ซึ่งนั้นทำให้เค้าไร้เทียมทานสามารถต่อสู้ได้กับทั้งผู้ มีพลังจากผลปีศาจและผู้มีพลังฮาคิในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของบิเซโตะของเค้านั้นเทียบได้กับดาบอันดับหนึ่งของ โลกเพราะมันสามารถต้านทานการโจมตีจากดาบของแชงคูสหรือแม้แต่พลังแม็กม่าของ อาคาอินุก็สามารถต้านทานมันได้โดยไม่เกิดความเสียหายใดๆ และเมื่อเค้าตายอาวุธประจำตัวของเค้าถูกปักไว้ที่บนหลุมศพและมันจะคงอยู่เช่นนั้นตลอดไป       
                 อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ตำนานความยิ่งใหญ่ของหนวดขาวเป็นตำนานนั้นคือการที่เค้ามีพลัง ฮาคิทั้ง 3 รูปแบบซึ่งมันจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ถูกเลือกแล้วจากพระเจ้าว่าคู่ควรที่จะมีมัน การแสดงออกซึ่งพลังฮาคิของเค้านั้นส่วนใหญ่ปรากฏให้เห็นในศึกที่มารีนฟอร์ดซะ เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพลังบุโซโชคุฮาคิ(ฮาคิแห่งเกราะและการทลวง)เค้าใช้มัน เพื่อป้องกันการโจมตีจากศัตรูและใช้โจมตีพวกใช้พลังจากผลปีศาจอย่างได้ผลและรุนแรง ส่วนพลังเคนบุโชคุฮาคิ (ฮาคิแห่งการคงอยู่)และพลังฮาโอโชคุฮาคิ(ฮาคิราชันย์)ไม่แสดงให้เห็นในศึกที่มารีนฟอร์ดนั้นอาจเป็นเพราะว่าขณะนั้นร่างกายเค้าแก่ชราลงไปมาก  จึงทำให้พลังฮาคิที่ต้องการพลังจิตอันแกร่งกล้าเพื่อแสดงพลังของมันออกมาจึงไม่ปรากฏให้ได้เห็น แต่มีการยืนยันว่าเค้าสามารถใช้มันได้อย่างแน่นอนจากเหตุการณ์เมื่อครั้งในอดีตต่างๆ

เอ็ดวาด นิวเกตวัยหนุ่ม -Newgate
                ในอดีตหนวดขาวออกทะเลตั้งแต่ยังเด็กและละทิ้งครอบครัวเพื่อออกทะเลไปเป็นโจรสลัด เมื่อเข้าวัยหนุ่มเค้าเริ่มมีชื่อเสียงในฐานะโจรสลัดหนุ่มที่เก่งกาจ แต่ก็เป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มโจรสลัดที่ไร้ชื่อและไม่โด่งดัง โดยขณะนั้นเค้าใช้ชื่อแทนตัวว่า "นิวเกต" ไม่ใช่หนวดขาว แต่หลังจากวันเวลาผ่านไป ชีวิตการเป็นโจรสลัดของเค้าวันๆเอาแต่ ชกชิงทรัพย์สิน เงินทองจากผู้อื่นหรือไม่ก็โจมตีกลุ่มโจรสลัดอื่นก่อนที่จะถูกกลุ่มอื่นโจมตีวันๆอยู่อย่างหวาดระแวงไม่เป็นสูข เมื่ออายุมากขึ้นความเหงาเริ่มเกาะกินหัวใจของเค้าเค้ามองว่าเงินทองนั้นช่างไร้ค่าเพราะเค้านั้นแข็งแกร่งที่สุดทุกสิ่งที่ต้องการหรืออยากจะได้ก็สามารถใช้กำลังแย่งชิงมันมาได้เค้าจึงเริ่มก่อตั้งกลุ่มของตนเองขึ้นมาเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งล้ำค่าที่เงินซื้อไม่ได้นั้นคือ  

"ครอบครัวที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดภายใต้ธงผืนเดียวกัน"  

            ในตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวซึ่งทุกคนจะเรียกว่า พ่อแทนคำว่ากัปตัน  การหาพันธมิตรและการโจมตีกลุ่มโจรสลัดอื่นของกลุ่มหนวดขาวเพื่อให้เข้ามาอยู่ในอานัธ ไม่ได้ทำเพราะหลงในอำนาจแต่เพื่อป้องกันการเข่นฆ่ากันในหมู่โจรสลัดและช่วยเหลือคุ้มกันพวกเดียวกันจากการโจมตีจากพวกศัตรูและพวกทหารเรือ

      ครอบครัวกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวอันยิ่งใหญ่ 
     หัวหน้าหน่วยรบที่1 มัลโก้ ฟีนิกซ์ "Phoenix" Marco
- เป็นผู้มีความสามารถของผลไม้ปีศาจ นกฟีนิกซ์ในตำนาน
     หัวหน้าหน่วยรบที่2 เอส หมัดอัคคี "Fire Fist" Portgas D. Ace
- เป็นผู้มีความสามารถของผลไม้ปีศาจ ผลเปลวอัคคี
     หัวหน้าหน่วยรบที่3 ไดม่อน โจส "Diamond" Jozu
- เป็นผู้มีความสามารถของผลไม้ปีศาจ ผลเพรช 
      หัวหน้าหน่วยรบที่4: Thatch
- เป็นผู้มีความสามารถในการใช้ดาบที่รวดเร็ว 
     ♤ หัวหน้าหน่วยรบที่5 นักดาบ วิสต้า"Flower Sword" Vista 
- เป็นผู้มีความสามารถในการใช้ ฮาคิและมีเพลงดาบเป็นเลิศโดยสามารถรับการโจมตีของพลโท รอนโซ(คนยักษ์)และมิฮอร์ค(7เทพ)ได้อย่างสบาย
       หัวหน้าหน่วยรบที่6  เบลมันโก้ Blamenco
- เป็นผู้มีความสามารถของผลไม้ปีศาจที่ยังไม่เปิดเผยแต่สามารถหยิบค้อนขนาดใหญ่2อันออกมาจากร่างกายได้
     หัวหน้าหน่วยรบที่7  ราคุโย Rakuyou 
- เป็นผู้มีความสามารถ ในการใช้อาวุธโซ่ลูกตุ้มหนามขนาดใหญ่ซึ่งเค้าใช้มันโจมตี คิซารุเพื่อหยุดยั้งการยิงแสงของคิซารุ
     หัวหน้าหน่วยรบที่8  นามูร์ Namur
- เป็นผู้มีความสามารถในแบบฉบับของมนุษย์เงือก ที่ดูคล้ายฉลาม
     หัวหน้าหน่วยรบที่9  Blenheim
- เป็นผู้มีความสามารถในด้านพละกำลังที่แข็งแกร่งและมีร่างกายที่ใหญ่โต
     หัวหน้าหน่วยรบที่10  โคริว Curiel
- เป็นผู้มีความสามารถ ในการใช้ปืนและปืนใหญ่เป็นคู่ต่อสู้ของเก็กโค โมเรีย
     หัวหน้าหน่วยรบที่11  คิงดรู Kingdyu
- เป็นผู้มีความสามารถในการใช้หมัดและสนับมือลักษณะฝีมือคร้ายกับจินเบ
     หัวหน้าหน่วยรบที่12  ฮารุตะ Haruta
- เป็นผู้มีความสามารถในการใช้ดาบเป็นนักดาบหญิง
     หัวหน้าหน่วยรบที่13: กระบือน้ำ แอ็ดมอส"Water Buffalo" Atmos
- เป็นผู้มีความสามารถในการใช้ดาบ2เล่มเป็นคู่ต่อสู้ของ โดฟามิงโก้
     หัวหน้าหน่วยรบที่14  สปีด จิรุ Speed Jiru
- เป็นผู้มีความสามารถของผลไม้ปีศาจที่ไม่ทราบชื่อสามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายที่มีลักษณะคร้ายไขมันได้และมีความเร็วสูงใช้อาวุธเป็นหอก
     หัวหน้าหน่วยรบที่15  ฟอสซ่า Fossa
- เป็นผู้มีความสามารถของผลไม้ปีศาจที่ไม่ทราบชื่อเค้าเคยดูดเปลวเพลิงเพื่อใช้เป็นคมดาบโจมตีศัตรู
     หัวหน้าหน่วยรบที่16:  อิโซ Izou
- เป็นผู้มีความสามารถในการใช้ปืนสั้น
 ................................................



【】นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว【】
            เปิดตำนาน 4 จักรพรรดิ หรือที่รู้จักกันในนาม จตุราธิปไตยแห่งโรม  - Tetrarchy

                ในการ์ตูนเรื่องวันพีช สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของเรื่องนอกจาก 7 เทพโจรสลัดก็มี 4 จักรพรรดิที่ทุกคนต่างรอคอยการปรากฏตัวว่าจะร้ายกาจเพียงใด โดยบทความนี้จะกล่าวถึงตำนาน 4 จักรพรรดิของจริงที่เคยปรากฏบนโลกโดยทั้ง 4 เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันในจักรวรรดิโรมโบราณซึ่งแต่ละคนมีทั้งอำนาจ กำลังคน และเงินทองไม่แพ้กันในเมื่อต่างคนต่างอ้างสิทธิ์ในการปกครองแต่กลับไม่มีใครกล้ายกทัพปะจันหน้ากันเพราะเกรงจะเสียพวกที่เหลือจึงได้แต่คุมเชิงในที่มั่นของตนและปกครองอาณาเขตที่มีในอาณาจักรเดียวกันที่เรียกว่า "จักรวััดิโรมันอันยิ่งใหญ่"
                จตุราธิปไตย หรือ สมัยสี่จักรพรรดิ  คำว่า “Tetrarchy” มาจากภาษากรีกที่แปลว่า “การนำโดยผู้นำสี่คน” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงรัฐบาลที่แบ่งอำนาจการปกครองระหว่างบุคคลสี่คน แต่มักจะหมายถึงระบบจตุราธิปไตยที่ก่อตั้งโดยจักรพรรดิไดโอคลีเชียนในปี ค.ศ. 293 หลังจากที่สมัยวิกฤติการณ์ของคริสต์ศตวรรษที่ 3 ยุติลงและความมั่นคงของจักรวรรดิโรมันได้ รับการรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้ง ระบบจตุราธิปไตยใช้ในการปกครองจักรวรรดิต่อมาจนถึงราว ค.ศ. 313 เมื่อความขัดแย้งภายในกำจัดผู้อ้างอำนาจต่างๆ ออกไปหมดจนเหลือแต่จักรพรรดิคอนแสตนตินที่ 1 ผู้ครองจักรวรรดิโรมันตะวันตก และจักรพรรดิลิซินิอัส ผู้ครองจักรวรรดิโรมันตะวันออก 

แผนที่อาณาเขคการปกครองอาณาจักรของ 4 จักรพรรดิ

 คอนสแตนติอัส คลอรัส  จักรพรรดิขาว - Constantius Chlorus

เกิด ราว 31 มีนาคม ค.ศ. 250, ดาร์ดาเนีย 
เสียชีวิต 25 กรกฎาคม ค.ศ. 306, อีโบราคัม  
บิดา ยูโทรไพอัส 
มารดา คลอเดีย 
ภรรยา เฮเลนา   ธีโอโดรา  
บุตร/ธิดา จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 เฟลเวียส ดาลมาทิอัส จูเลียส คอนสแตนติอัส เฟลเวีย จูเลีย คอนสแตนเชีย

                    จักรพรรดิคอนสแตนติอัส คลอรัส หรือ จักรพรรดิคอนสแตนติอัสที่ 1   Constantius Chlorus  พระนามเต็ม:  มาร์คัส เฟลเวียส วาเลริอัส คอนสแตนติอัส Flavius Valerius Constantius) (ราว 31 มีนาคม ค.ศ. 250 – 25 กรกฎาคม ค.ศ. 306) คอนสแตนติอัส คลอรัสทรงเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันผู้ครองราชย์ระหว่างปี ค.ศ. 293 ถึงปี ค.ศ. 305 ในฐานะซีซาร์ร่วมกับจักรพรรดิแม็กซิเมียน และระหว่างปี ค.ศ. 305 ถึงปี ค.ศ. 306 ในฐานะออกัสตัสทางตะวันตก และร่วมกับจักรพรรดิกาเลริอัสทางตะวันออก พระองค์ทรงได้รับฉายานามจากนักประวัติศาสตร์ไบแซนไทน์ว่า “Chlorus” (ผิวสีอ่อน) คอนสแตนติอัส คลอรัสทรงเป็นพระราชบิดาของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 และทรงเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์คอนสแตนติเนียน   


จักรพรรดิแม็กซีเมีย จักรพรรดิเขียว -  Maximian
 
เกิด ค.ศ. 250, Sirmium 
เสียชีวิต กรกฎาคม ค.ศ. 310, Massilia (Marseille, France)
ภรรยา Eutropia  
บุตร/ธิดา Flavia Maximiana Theodora Maxentius Fausta

                 จักรพรรดิแม็กซีเมียน พระนามเต็ม Marcus Aurelius Valerius Maximianus Herculius    ทรงประสูติเมื่อค.ศ. 250 ครองราชย์ร่วมกับจักรพรรดิไดโอคลีเชียนแห่งจักรวรรดิโรมันตะวันออกเมื่อปี ค.ศ. 305 ขณะพระชนม์ได้ 55 พรรษา หลังจากครองราชย์ร่วมกันได้เพียง 2 ปี จักรพรรดิไดโอคลีเชียนก็สวรรคตในปีค.ศ. 308 จักรพรรดิแม็กซิเมียนจึงทรงครองราชย์แต่เพียงพระองค์เดียวแต่ทรงครองราชย์ ได้เพียง 2 ปีก็สวรรคตในปีค.ศ. 310 ขณะพระชนม์ได้ 60 พรรษา ที่มาร์เซย์ ประเทศฝรั่งเศส   

จักรพรรดิกาเลริอัส จักรพรรดิแดง - Galerius 
 
เกิด ราว ค.ศ. 260 
เสียชีวิต ปลายเมษายนหรือต้นพฤษภาคม ค.ศ. 311  
มารดา โรมูลา   
ภรรยา วาเลเรีย

              จักรพรรดิกาเลริอัส  พระนามเต็ม :กาอิอัส กาเลริอัส วาเลริอัส แม็กซิมิอานัส  Galerius  Gaius Galerius Valerius   ขึ้นเป็นจักรพรรดิครั้งแรก 1 มีนาคม หรือ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 293 – 1 พฤษภาคม ค.ศ. 305(ในฐานะซีซาร์ภายใต้ไดโอคลีเชียน)    ครั้งที่สอง  1 พฤษภาคม ค.ศ. 305 – ปลายเดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 311  (ในฐานะออกัสตัสร่วมกับคอนแสตนติอัส คลอรัส (จนถึงวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 306) ต่อมาเฟลเวียส วาเลริอัส เซเวรัส (จนถึงฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 307) ต่อมาร่วมกับคอนสแตนตินที่ 1 (ตั้งแต่ราวเดือนกันยายน ค.ศ. 307)   

ไดโอคลีเชียน จักรพรรดิดำ-  Diocletian
 
เกิด ราว 22 ธันวาคม ค.ศ. 244, ไดโอคลิอา  
เสียชีวิต 3 ธันวาคม ค.ศ. 311 - 66 ปี  สปาลาตัม (ปัจจุบันโครเอเชีย) 
ภรรยา พรีสก้า(Prisca) 
บุตร Valeria
            
                 ไดโอคลีเชียน พระนามเต็ม : Gaius Aurelius Valerius Diocletianus  Diocletian   เมื่อแรกเกิดชื่อ “ไดโอคลีส” และรู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า “ไดโอคลีเชียน”    เป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมัน 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 284 ถึงวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 286 ด้วยพระองค์เอง และระหว่างวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 286 ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 305 ในฐานะออกัสตัสแห่งตะวันออก และร่วมกับแม็กซิเมียนในฐานะออกัสตัสแห่งตะวันตก[4]                  
               ไดโอคลีเชียนเป็นจักรพรรดิที่เป็นผู้ยุติเหตุการณ์ที่นักประวัติศาสตร์เรียกว่า วิกฤติการณ์ของคริสต์ศตวรรษที่ 3 ที่เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 235 ถึงปี ค.ศ. 284 และก่อตั้งรัฐบาลแบบเผด็จการ นอกจากนั้นไดโอคลีเชียนยังวางรากฐานของสมัยที่สองของจักรวรรดิโรมันซึ่ง เรียกกันว่า “สมัยครอบงำ” (Dominate) (ซึ่งตรงข้ามกับสมัย “สมัยผู้นำ” (Principate) ก่อตั้งโดย ออกัสตัส ซีซาร์ ), หรือ “จตุรธิปไตย” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “สมัยโรมันหลัง” การปฏิรูปของไดโอคลีเชียนทำให้มีการเปลี่ยนโครงสร้างของรัฐบาลที่ทำให้ จักรวรรดิมีความมั่นคงขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจและทางทหาร และทำให้จักรวรรดิโรมันอยู่รอดมาโดยไม่มีปัญหาร่วมร้อยปีหลังจากนั้น                  
            ในสมัยไดโอคลีเชียนยังมีการการข่มเหงผู้นับถือคริสต์ศาสนากันอย่างเป็นทางการมาจนถึง ค.ศ. 311 ซึ่งเป็นการทำร้ายผู้นับถือคริสต์ศาสนาอย่างรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเนโร
.........................