....

One Piece วันพีช ซันจิ ขาดำ Sanji ★ サンジ

WANTED NewWorld SANJI 
http://pirateonepiece.blogspot.com/2010/08/wanted-sanji.html
ฉายา ขาดำซันจิ(Black Leg)  
    - เจ้าชายซันจิ -
 ( MR.PRINCE SUNJI)
ค่าหัว New! 177,000,000
- 77,000,000 เบรี
อายุ 21 ปี/เกิด 2 มีนาคม
- เกิดที่ทะเลน็อตบลู(North Blue)
ส่วนสูง 180 cm (5ฟุต 11นิ้ว)
เรือ  เทาซัน ซันนี่ (Thousand Sunny)
ตำแหน่ง พ่อครัว กลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง (Chef)
-  อดีตพ่อครัวภัตคารลอยน้ำ บาราติเอของ แซปขาแดง
ผลปีศาจ ---
ความสามารถพิเศษ ความเชี่ยวชาญในการปรุงอาหารทุกชนิด
- เป็นนักวางกลยุทธและเป็นนักกวี
ลูกเรือ-สมาชิกกลุ่ม   ลูฟี่(Luffy) ,โซโล(Zoro) ,นามิ(Nami) ,อุซป(Usopp) ,  โรโรโนอา โซโร(Roronoa Zoro),บลู๊ค(Brook) ,ช็อปเปอร์(Chopper) ,โรบิน(Robin) ,แฟรงกี้(FrankY)
ครอบครัว อาจารย์ผู้เป็นเสมือนพ่อ แซปขาแดง(Red-Leg Zeff) 
เผ่าพันธุ์  มนุษย์

"ต่อให้ฉันตาย.!!. ฉันก็ไม่มีวันที่จะทำร้ายผู้หญิงเด็ดขาด"
กล่าวโดย ซันจิ

             ประวัติ.ซันจิ(SANJI) หลังผ่านช่วง 2 ปีที่เหมือนตกนรกทั้งเป็นอยู่บนเกาะกะเทยที่แสนจะรันทดในชีวิตลูกผู้ชายที่ชื่อ ซันจิ หลังคบกำหนด 2ปีเค้าปรากฏตัวบนหมู่เกาะซาบอดี้ด้วยรูปร่างที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ผมของเค้ายังเป็นสีเหลืองยาวปิดตาข้างนึงเป็นเอกลักษณ์ มีสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นคือไว้หนวดเคราที่ทำให้เค้าดูเข้มขึ้นเป็นอย่างมาก เค้าเติบโตขึ้นเริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ดูเข้มแข็งแต่ก็ยังคงบ้าผู้หญิงเหมือนเดิมและดูเหมือนมันจะร้ายแรงจนกลายเป็นโรคภูมิแพ้ผู้หญิงอย่างฉับพลันขึ้นมาซึ่งมีอาการเลือดกำเดาไหลทุกครั้งที่ได้พบผู้หญิงสวยซึ่งดูเหมือนอาการจะรุนแรงเฉพาะในช่วงแรกและค่อยๆน้อยลง
      -   ซันจิมีลักษณะเป็น ลูกคนที่สอง.   สัญชาติฝรั่งเศส.
      -   ชอบกินพาสต้า อาหารทะเลรสจัดและอาหารที่กินกับชาดำ. 
      -  ความฝันนอนระเมอ"ทำอาหาร โอ้..สาวสวย คุณโรบิน คุณนามิ !!!"
      -  ใส่เสื้อทีมฟุตบอลหมายเลข (05 -San)และ( 32 -JI )
      -   ชอบกลิ่นบุหรี่ อาหารทะเล.  ชอบดอกพวงแก้วกุดั่น(เดลฟิเนียม-Delphinium). สีประจำตัวคือสีน้ำเงิน. ชอบเลี้ยงเป็ด. ทายาทกัปปะ(Kappa)
........................... 
http://pirateonepiece.blogspot.com/2010/08/wanted-sanji.html







            หลังผ่านการเดินทางอัน ยาวนาน ซันจิและเพื่อนๆได้เดินทางมาถึง หมู่เกาะซาบอนดี้เพื่อช่วยเหลือเงือกสาวเครมี่ที่ถูกลักพาตัวมา ทำให้ต้องล่วงเกินชนเผ่ามังกรฟ้าที่ต้องการประมูลตัวเครมี่ไปเป็นทาส  สร้างความไม่พอใจให้พวกเท็นริวเป็นอย่างมากจึงเรียกทหารระดับสูงจากศูนย์ บัญชาการใหญ่มาจัดการซันจิและเพื่อนๆโดย1ในทหารเรือที่ถูกส่งมาในครั้งนี้ คือ 1ใน7เทพโจรสลัด คุมะ ที่มีพลังจากผลปีศาจที่สามารถส่งศัตรูไปในที่ห่างไกลได้ และเค้าได้ใช้พลังนี้ ส่งซันจิ ไปที่เกาะ โมโมอิโระ(Momoiro Island) อาณาจักร คามาบิเกะซึ้งเป็นเกาะที่ปกครองโดย ราชินีอิวานคอฟ ซึ้งลักษณะของเกาะโดยทั่วไปดูคล้ายเกาะ อเมซอนลิลลี่ที่มีราชินี โบอาแฮนค็อกปกครองอยู่ แต่ที่แตกต่างกันคือเกาะ โมโมอิโระ ทั้งพืชและสัตว์หรือแม้แต่คนล้วนมีหัวใจเป็น สีชมพูหรือพูดง่ายๆก็คือมีร่างกายเป็นชายหัวใจเป็นหญิง
        วันเวลาผ่านไปซันจิ ก็ยังคงพยายามหาทางหนีออกจากเกาะกะเทยอย่างสุดชีวิตเอาแต่วิ่งหนีทั้งวันทั้งคืนจนเกิดเป็น "ทักษะสุดยอดโดยไม่รู้ตัวในชื่อ ท่าเดินชมจันทร์ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะชั้นสูงที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเหยือบบนอากาศได้เหมือนปีนบันได" แต่ถึงยังงัยเค้าก็ไม่สามารถไปไหนได้เพราะขาด ล็อกโพสและเรือ  แต่แล้ววันหนึ่ง ราชินีอิวานคอฟ ได้กลับมาที่อาณาจักรอีกครั้งหลังจากจบศึกที่มารีนฟอร์ด และได้มอบหนังสือพิมพ์ ให้กับซันจิทำให้เค้าได้รู้ว่าเอสพี่ชายของลูฟี่ ที่เคยเจอกันที่ อาราบัสต้าได้เสียชีวิตแล้วและรู้ในทันทีถึงความโศกเศร้าของลูฟี่ และคิดที่จะฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อหวังว่าในอนาคตจะช่วยลูฟี่ได้ อีกแรงจึงขอให้อิวานคอฟสอนวิชาการต่อสู้ในแบบกะเทยที่เรียกว่า  
"99สูตรลับแห่งเกาะกะเทย/99Masters of Newkama Kempo"

ประวัติชีวิตวัยเด็ก ซันจิ(Sunji  Romance Dawn)

ซันจิ(SANJI)
"ถ้าเรารู้ตัวว่ากำลังจะตาย ทรัพย์สินมีค่ามากมายก็ไร้ความหมาย....
ฉันพึ่งเข้าใจในตอนนี้เองว่า..สิ่งมีค่าที่สุดในโลกมันคือการมีชีวิตอยู่"

              ซันจิบุรุษหนุ่มผู้มีหัวใจให้ผู้หญิงทั้งโลกเป็นคนที่มีความสามารถในหลายด้านทั้งความสามารถในการต่อสู้ที่ร้ายกาจและมีพรสวรรค์ในการทำอาหารโดยเป็นพ่อครัวในภัตตาคารบาราติเอตำแหน่ง มือเอกรองจาก"เชฟ" โดยมีความหลังร่วมกันกับ เซฟ เมื่อ 9 ปีก่อน เซฟ(ซึ่งในขณะนั้นเป็นหัวหน้าโจรสลัดขาแดง ผู้มีวิชาเตะเป็นหนึ่ง) ได้โจมตีเรือเดินทะเลซึ่งซันจิได้ทำงานเป็นพ่อครัวฝึกหัดขณะนั้น ในขณะที่กำลังบุกปล้น ปรากฏว่ามีพายุพัด เข้ามาทำให้ซันจิตกเรือไป โดยเซฟได้กระโดดลงน้ำตามไปช่วยซันจิ ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะรอดจากการจมน้ำมาได้ แต่ทั้งคู่ได้ขึ้นมาติดชะง่อนหินด้วยกันกลางทะเล ไม่มีสัตว์ ไม่มีผัก ไม่มีอาหาร ไม่มีอะไรเลยนอกจากก้อนหินแม้แต่พื้นที่พวกเค้าเหยืยบอยู่ก็เป็นก้อนหินที่สูงจากระดับน้ำทะมากเกินกว่าที่จะตกปลามากินได้ แต่โชคยังดี ที่เซฟได้หยิบอาหารติดมาสองถุง โดยตกลงว่าจะแบ่งอาหารกันกิน ซันจิได้ถุงเล็กและเซฟได้ถุงใหญ่ไป เซฟยังคงสั่งให้ซันจินั่งอยู่ตรงข้ามของเกาะเพื่อสังเกตเผื่อมีเรือผ่านมา

ซันจิในวัยเด็ก - SUNJI
                    วันคืนผ่านไปหลาย วันไม่มีทีท่าว่าจะมีเรือผ่านมา อาหารของซันจิเริ่มร่อยหรอลง เมื่ออาหารของซันจิได้หมดลง ซันจิจึงวางแผนจะฆ่าเซฟแล้วแย่งอาหารมาเมื่อสังเกตเห็นเห็นว่าถุงอาหารของ เซฟยังคงเต็มอยู่ ซันจิได้เข้าไปแย่งอาหารแล้วได้รู้ว่าถุงอาหารของเซฟทั้งหมดมีแต่ทรัพย์ สมบัติ ไม่มีอาหารเลยซักนิดเดียว ซันจิจึงรู้ไดว่าเซฟได้แบ่งอาหารที่มีทั้งหมดไว้ให้ซันจิคนเดียว มากไปกว่านั้นเมื่อซันจิได้เห็นขาของเซฟแล้วรู้ว่าเซฟตัดขาตัวเองกิน (ในฉบับหนังการ์ตูน เซฟสูญเสียขาตอนที่ช่วยซันจิจากการจมน้ำ) หลังจากนั้นซันจิได้สาบานกับตัวเองว่าจะช่วยเซฟเปิดร้านอาหารบนทะเลแห่งนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ไม่ต้องการให้มีผู้คนที่ต้องทนหิวกลางทะเลอีกต่อไป หลายวันต่อมาได้มีเรือผ่านมาและได้ช่วยเหลือทั้งคู่จากความตาย

สมาชิกภัตตาคารลอยน้ำบาราติเอ/Baratia

http://pirateonepiece.blogspot.com/2010/03/wanted_11.htmlhttp://pirateonepiece.blogspot.com/2010/03/wanted_11.htmlhttp://pirateonepiece.blogspot.com/2010/03/wanted_11.html


       เซฟ("Red-Leg Zeff) เป็น หัวหน้ากุ๊กและเป็นเจ้าของ ภัตตาคารบาราติเอมีสิทธ์ขาดในการไล่ใครออกก็ได้ ซึ่งในอดีตเคยเป็นกัปตันกลุ่มโจรสลัด กุ๊กในชื่อเซฟขาแดง
        คารุเน (Carne- Karune カルネ)  มีตำแหน่งเป็นพ่อครัวหลักดูแลอาหารจานหลักเกี่ยวกับเนื้อ เข้ามาสมัครเป็นพ่อครัวของ บาราติเอตั้งแต่วันแรกที่ร้านเปิดพร้อมพาที
      พาที (Patty- Pati パティ)  มีตำแหน่งเป็นพ่อครัวหลักดูแลด้านขนมและของหวานเข้ามาสมัครเป็นพ่อครัวของ บาราติเอตั้งแต่วันแรกที่ร้านเปิดพร้อมคารุเน-

 
.................................. 

 【】 นอกเรื่องความรู้รอบตัว 【】
      เปิดตำนานนักเขียนมหัศจรรค์ผู้รังสรรนิยายปีเตอร์.แพน จากชีวิตจริงของลูกทั้ง 5 คนสู่นิยายบรรลือโลก

            เจ เอ็ม แบร์รี่ ( J. M. Barrie) หรือ เจมส์ แมทธิว แบร์รี่ นักเขียนและนักแต่งบทละคร ชาวสก็อตแลนด์ชื่อดังผู้เป็นตำนานในวงการวรรณกรรม เป็นผู้ประพันธ์หนังสือเรื่องนี้ในนามของ ปีเตอร์แพนแอนด์เวนดี (Peter and W]’koendy) ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นผลงานเรื่องที่ดีที่สุดที่เค้านั้นเคยประพันธ์ขึ้นในช่วงชีวิตของเค้า โดยเจ เอ็ม แบร์รี่ ( J. M. Barrie)เสียชีวิตในปี 1937 พร้อมกับประโยคที่เค้า พูดก่อนตายที่ว่า "I Can’t Sleep ...ฉันนอนไม่หลับ"

            เจมส์ แมทธิว แบร์รี่ได้ตกหลุมรักกับนักแสดงหญิงอย่างแมรี่ แอนเซล แต่ชีวิตการแต่งงานของคนทั้งคู่นั้นไม่ราบรื่นและความสัมพันธ์ค่อยๆดิ่งลงเหวมากขึ้นเรื่อยๆ จนภรรยาของเค้าหมดความอดทนเธอกล่าวว่าเจมส์ แมทธิว แบร์รี่เป็นคนเย็นชา ตายด้าน และเป็น เด็กผู้ไม่รู้จักรัก 
       ชีวิตของเค้าได้รับการเปิดเผยภายหลังว่า เขามีชีวิตที่น่าเศร้ามากกว่าที่หลายคนคิด ในวัยเด็กเค้าไม่ค่อยได้รับความรักจากมารดา เพราะพี่ชายคนโตของเค้าเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ทำให้ผู้เป็นมารดาเอาแต่เศร้าโศกเสียใจต่อเหตุการณ์ครั้งนั้น จนหลงลืมใส่ใจในตัวลูกชายอีกคนที่เหลือ ทำให้เป็นที่ฝังใจและคิดไปว่ามารดาไม่เคยรักเค้าเกิดปมชีวิต
          โดยเจมส์ แมทธิว แบร์รี่นั้นเกิดในดินแดนชนบทอันแสนห่างไกลทางตอนใต้ของสกอตแลนด์ ในหมู่บ้านฟอร์ฟาเซียร์ เมื่ออายุได้13ปี เจมส์ ตัดสินใจเดินทางออกจากหมู่บ้าน เพื่อเดินทางไปศึกษาต่อแต่ด้วยความผิดปกติทางร่างกายที่ไม่เหมือนเพื่อนๆคนใด เค้าจึงเลือกที่จะไม่สุกสิงคบใครเป็นเพื่อน เก็บเนื้อเก็บตัวไม่สนใจใคร และตั้งแต่นั้นมาจึงเบนความสนใจทั้งหมดไปอยู่ที่งานเขียนและบทละครที่เค้าชอบ 


      ในปี 1882 ได้เริ่มงานกับวารสารนอตติ้งแฮม เจอร์นัล ในตำแหน่งคอลัมนิสต์ และได้เริ่มเขียนนวนิยายเรื่องอื่นๆตามมาเรื่อยๆ แต่ที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมสูงสุดเห็นจะเป็นนวนิยายเรื่อง Little Minister ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับการติดต่อสร้างเป็นหนังมากถึง 3 ครั้งด้วยกัน
      ในปี 1902    ปีเตอร์แพนได้ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในนวนิยายเรื่อง  The Little White Bird
       ในปี 1904  ปีเตอร์แพน ก็ได้ออกแสดง ณ โรงละคร ดุคออฟยอร์ค  ในลอนดอนและเปิดอยู่หลายปีจนได้ตีพิมพ์ออกจำหน่าย 

      โดยนิยายเรื่อง Peter and Wendy ฉบับที่กลายเป็นวรรณกรรมนั้นถูตีพิมพ์ขึ้นในปี 1911 ซึ่งความเป็นมาของนวนิยายเรื่องปีเตอร์แพนนั้นพัฒนามาจากนิทานที่เล่าให้กับลูกเลี้ยงทั้งห้าคนของเจมส์ แมทธิว แบร์รี่ซึ่งเค้าให้ความอุปปะการะเลี้ยงดูไว้ตั้งแต่ที่บิดาและมารดาของเด็กเสียชีวิตลง 

            โดยเรื่องราวในนวนิยายนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กชายผู้หนีออกจากบ้านและมีนิสัยที่ไม่ยอมโตนามว่าปีเตอร์แพน โดยมีภูตทิงเกอร์เบลติดตามตัวเขาไป พร้อมทั้งเวนดี้และเด็กๆตระกูลดาร์ลิ่งเดินทางไปยังเนเวอรร์แลนด์ดินแดนของเด็กๆที่ถูกทิ้ง โดยมีกัปตันฮุคผู้รับบทบาทเป็นผู้ร้ายตามบทละครจับตัวบรรดาเด็กๆไป แต่ด้วยความกล้าหาญของปีเตอร์แพน เข้าต่อสู้กับกัปตันฮุคอย่างไม่ลดละ จนสุดท้ายก็สามารถให้ความช่วยเหลือเด็กๆได้สำเร็จนั่นเอง

" เด็กทุกคนเกิดมาเหมือนนกที่บินได้อย่างอิสระ .....
แต่ว่าพอเติบโตขึ้น...พวกเขาก็หลงลืมวิธีบินไปจนหมด
กลายเป็นผู้ใหญ่ธรรมดาๆ..."


           เรื่องราวของ ปีเตอร์แพนนั้นพัฒนาจาก เรื่องที่เล่าให้กับลูกๆ ทั้งห้าคนของ ซิลเวีย เลววิน เดวี่ส์ เพื่อนสนิทของแบร์รี่และ ชื่อของ ปีเตอร์แพน นั้นนำมาจากชื่อของ ปีเตอร์ บุตรคนที่ห้าของเธอ นั่นเอง หลังจากซิลเวียกับอาเธอร์สามีเธอเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง  เขาก็ได้ทำหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูเด็กทั้งห้าคนแทนที่ประกอบด้วย จอร์จ, จอห์น, ปีเตอร์, ไมเคิล และนิโคลัส เดวี่ส์   แม้ชีวิตของพวกเด็กๆหลังจากนั้นจะจบชีวิตอย่างน่าเศร้า จอร์จพี่ชายคนโต เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยวัยเพียง 21 ปี , ไมเคิลจมน้ำตายกับเพื่อนในแหล่งน้ำใกล้กับเมืองอ๊อกซ์ฟอร์ด ,จอห์น แต่งงานไปและไม่ยอมติดต่อแบร์รี่อีกเลย ,ปีเตอร์กระโดลงรางรถไฟฆ่าตัวตายเมื่อเค้าอายุ 63 ปี 
      ในปี 1913 แบร์รี่ในวัยชรายังเขียนบทละครแฟนตาซีตามมาอีกคือ  Dear Brutus  และ  Mary Rose  และได้รับการแต่งตั้งเป็นบารอเนท   ก่อนที่จะได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเซอร์  แม้จะอยู่ในวัยชราเขายังคงเล่นเป็นปีเตอร์แพนกับกัปตันฮุคกับลูกชายของเลขาอย่างสนุกสนาน  จนวันที่ 3 มิถุนายน  1937 ในวัย 77 ปี เขาเสียชีวิตลงจากโรคปอดบวม และขอมอบลิขสิทธิ์จากผลงานปีเตอร์แพนของเขาทุกเรื่องให้โรงพยาบาลเด็กทั้งหมด!
............................