....

One Piece Whitebeard วันพีช โปโตกัส ดี เอส _Portgas D. Ace★ ポートガス・D・エー

WANTED Portgas D. Ace
http://pirateonepiece.blogspot.com/2010/09/wanted-portgas-d-aced.htmlฉายา เอสหมัดอัคคี(Fire Fist Ace)
ค่าหัววันพีช 550,000,000 เบรี่
-  จับตายสถานเดียว
อายุ 20 ปี
- เกิด 1 มกราคม
ส่วนสูง  185 cm
เรือ  โมบี้ดิก (Moby Dick)
ตำแหน่ง ลูกเรือ กลุ่มโจรสลัดหนวดขาว
- หัวหน้าหน่วยที่ 2 เอสมนุษย์เพลิง(2 th Division Commander)
ผลปีศาจ เมระเมระ (Mera Mera)สายโรเกีย
ผลไฟอัคคี : สามารถสลายร่างเป็นเปลวเพลิง ควบคุมและสร้างไฟได้ดั่งใจ
อาวุธ มีดสั้น (knife)
- ฮาคิแห่งราชันย์ ฮาโอโชคุ ฮาคิ(Haoshoku Haki) 
ธาตุปฏิปักษ์-จุดอ่อน  แพ้ไฟที่ร้อนแรงกว่า-ลาวา 
ครอบครัว  ฟีนิกซ์ มัลโก้(Phoenix MARCO),โจส (Diamond),ซัจ (Thach), วิสต้า (Vista),เบลมันโก้(Blamenco),ราคุโย (Rakuyo),นามิล (Namur),เบลนไฮม์(Blenheim),คลูเอล (Curiel), คิงดิว (Kingdew),ฮารุตะ (Haruta),แอ็ดมอส (Atmos), ฟอสซ่า(Fossa),อิโซ (Izou) , สปรีด จิรุ(Supido Jiru)
เผ่าพันธุ์  มนุษย์ ผู้สืบสายเลือดแห่ง.D

"ถ้่ายอมจำนนต่อกำลัง......ก็เสียทีที่เกิดมาเป็นลูกผู้ชายนะสิ
ฉันจะไม่ยอมหลงเหลือ ความเสียใจ เอาไว้ในชีวิตเด็ดขาด""
กล่าวโดย เอสหมัดอัคคี 

                 โปโตกัส ดี เอส (Portgas D. Ace)เมื่อครั้งแรกที่ปรากฏเค้าดูโดดเด่นด้วยเครื่องแต่งกายที่ดูน่าสนใจหลายอย่างและรูปร่างที่สมส่วนโชให้เห็นกล้ามเนื้อส่วนบนด้วยการสวมเสื้อเปิดด้านหน้า แขนซ้ายแสดงให้เห็นรอยสัก ชื่อของเค้า ASCE ที่มีการขีดกากบาทตัว S ซึ่งอาจเป็นการไว้อาลัยให้ซาโบเพื่อนร่วมสาบานในวัยเด็กที่สัญญากันว่าออก ทะเลไปพจญภัยพร้อมกันแต่ต้องมาเสียชีวิตลงก่อน นอกจากนี้หลังจากเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มหนวดขาวและสักสัญลักษณ์หนวดขาวไว้ที่หลังแล้วเอสมีความคิดว่าไม่ควรมีสิ่งใดมาบดบังสัญลักษณ์อันภาคภูมินี้ 

       "ทำให้หลังจากนั้นเค้าก็ไม่สวมเสื้ออีกเลยและไม่เคยหลบซ่อนตัวหรือหันหลังเข้าหากำแพงเพราะเห็นว่านั้นคือการทรยศและเป็นความอัปยศที่สุดในชีวิต"
             - ชื่อของโปโตกัส ดี เอส มาจากชื่อของโจรสลัดในอดีตในชื่อ Bartholomew Portugues เป็นโจรสลัดที่อยู่ในแถบแคริบเบียนและแถบจาไมก้าเป็นโจรสลัดที่มีชีวิตอยู่ ในช่วงศวตรรษที่ 16
【】เปิดตำนานโจรสลัด บาโซโลมิว โปรโตกัส ผู้เดินทางไกลจากบ้านเกิดเพื่อไป มีจุดจบสุดแสนอนาถในดินแดนที่ห่างไกล (Bartolomeo  Portuguese)【】
 

http://pirateonepiece.blogspot.com/2010/08/wented.html 




   


<



                     ผู้บังคับบัญชากลุ่มที่ 2 : เอสหมัดอัคคี ชื่อนี้ได้มาจากความสามารถจาก  ผลไม้ปีศาจสายโรเกีย ผลMeraMera - เมระเมระ  เสียงไฟนรกมนุษย์เปลวเพลิง มีความสามารถในการ สร้าง ควบคุม และกลายร่างเป็นเปลวเพลิงได้เพื่อหลบหลีกการโจมตีหรือใช้มันเคลื่อนย้ายร่างกายไปอยู่ในสถานที่อื่น ความสามารถในการโจมตีอาจสามารถทำให้มีความรุนแรงเพิ่มเป็ฯทวีคูณได้ด้วยการเผาไหม้พื้นที่บริเวณรอบข้างให้เกิดความร้อนและเปลวเพลิงมากขึ้นซึ่งทำให้เอสยิ่งมีกำลังมากขึ้นไปอีก โดยมีท่าตายสูงสุดในการรวบรวมเพลิงให้อยู่ในรูปแบบของดวงอาทิตย์ในชื่อ จักพรรดิเพลิง(Flame  Flame Emperor)
         จุดอ่อน : ของพลังเปลวเพลิงของเอสโดยทั่วไปอาจมองว่าเพลิงนั้นช่างแข็งแกร่งแต่ในความเป็นจริงเพลิงของเอสไม่อาจส่งผลกับสิ่งที่ไม่สามารถติดไฟได้เช่นควัน หรือไฟในแบบอื่นที่ไม่อาจไหม้ไฟได้
เอสหมัดอัคคี-Fire Fist Ace
 "หลีกหนีชาติกำเนิด  ซ่อนเร้นตัวตน  ฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง
ทุกอย่าง...ที่ทำไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อปกป้องทุกคนที่ฉันรัก"

             ชีวิตโปรโตกัส ดี.เอสในวัยเด็ก ต้องใช้ชีวิตอย่างเดียวดายเพียงคนเดียวหลังจากที่พ่อและแม่ตายไป พลโทการ์ปได้นำไปฝากไว้กับดาดันที่เป็นโจรภูเขาอาศัยอยู่บนเกาะดาวน์ให้ช่วยคอยดูแลเลี้ยงดู แม้ว่าในขณะนั้นเอสจะอายุเพียง 6ขวบ แต่ก็รู้ว่าพอแม่ของเค้าเป็นใครและต้องแบกรับโชคชะตาที่เลี่ยงไม่ได้ไปตลอดชีวิตกับคำพูดที่ว่า

"เด็กที่ไม่สมควรเกิด...ลูกของราชาโจรสลัด..เด็กปีศาจ"

             แต่แล้วเมื่อเอสอายุได้10 ปี ได้รู้จักกับเพื่อนคนแรกในชีวิตนั่นคือซาโบเอสเชื่อใจซาโบมากจนถึงขั้นเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันและสัญญาว่าสักวันจะเก็บเงินซื้อเรือและออกทะเลไปสร้างฝันพร้อมกัน และหลังจากนั้นไม่นานการ์ปก็เอาลูฟี่มาฝากให้ดาดันเลี้ยงดูอีกคนเพราะระอากับความคิดของลูฟี่ที่นับถือแชงครูสเป็นแบบอย่างและต้องการเป็นโจรสลัด ในช่วงแรกเอสไม่ต้องเพื่อนเพิ่มอีกและเห็นว่าลูฟี่เป็นเด็กที่ไม่มีความฝันจึงไม่สนใจ แต่ลูฟี่กลับเห็นว่าเห็นนั้นช่างแข็งแกร่งและอยู่ได้โดยไม่พึ่งใครจึงเฝ้าติดตามเรี่อยมาและทำให้ได้พบกับ ซาโบเพื่อนร่วมสาบานของเอส

ประกาศจับ โกล ดี.เอส(Gol D.ACE)
                      ในภายหลังเอสและซาโบ้ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มโจรสลัดบลูแจมและไปขโมยสมบัติของพวกนั้นมาจึงถูกตามล่าเพื่อทวงเอาสมบัติทั้งหมดคืนแต่ระหว่างทางกลับพบลูฟี่เข้าโดยบังเอิญและเข้าใจผิดคิดว่าลูฟี่เป็นพวกเดียวกันกับเอสและซาโบ้ที่ขโมยสมบัติของพวกตนไป  จึงจับตัวลูฟี่ไปทรมานเพื่อเค้นคอให้บอกถึงที่ซ่อนสมบัติทั้งหมดมาแต่ถึงแม้ลูฟี่จะถูกซ้อมจนปางตายขนาดไหนก็ไม่ยอมปริปากบอกอะไรทำให้เอสและซาโบ้ที่ตามมาติดๆได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ทำให้เข้าใจลูฟี่มากขึ้นและรู้ว่าลูฟี่เป็นคนในแบบเดียวกับพวกตนที่จะยอมตายดีกว่าจะยอมขายเพื่อน ทำให้ซึ้งในน้ำใจและความกล้าหาญของลูฟี่จนยอมเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลืออย่างยากลำบากออกมาจนได้และได้สาบานเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันที่จะไม่ทอดทิ้งกันไปตลอดชีวิต
  "สักวันแม้เราจะไม่ได้เป็นพรรคพวกกันเพราะเราต่างก็เป็นโจรสลัด  .
แต่ความเป็นพี่น้อง...จะคล้องใจพวกเราไปตลอด"
 
.................................


【】นอกเรื่องวันพีชควมรู้รอบตัว【】
         เปิด ตำนานโจรสลัด  บาโซโลมิว โปรโตกัส (Bartolomeo  Portuguese)  โจรสลัดสัญชาติโปรตุเกส มีช่วงชีวิตการเป็นโจรสลัด ค.ศ. 1660 – 1670

                ปอร์ตูเกรส บาโซโลมิว หรือเอล โปรโตกัส (el Portugues )  เป็นโจรสลัด ที่เข้าโจมตีเรือขนส่งสเปนในช่วงปลายยุค 1660 เขาเป็นผู้จัดตั้งกฎคนแรกซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในตำนานที่มีชื่อว่า “รหัสโจรสลัด”  ต่อมา ได้ถูกใช้โดยโจรสลัดในศตวรรษที่18 เช่น จอร์น ฟิลลิปส์, เอ็ดเวิด โลว์และบาร์โธโลมิโว โรเบิร์ต

บาโซโลมิว โปรโตกัส(Portuguese)
                การเดินทางมาถึงในทะเลแคริบเบียนตั้งแต่ยุค 1660 ปอร์ตูเกรสได้ทำการปิดเมืองกัมเปเช่ ในปี 1666-1669หลังจากนั้น เขาได้ยึดเรือสเปนขนาดใหญ่กับปืน 4 กระบอก ลูกเรือ 30 ชีวิต และปิดเมืองคิวบา  จากการถูกโจมตีถึงสองครั้งอย่างรุนแรงทำให้ลูกเรือที่มีมากกว่าครึ่งของเขาเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จากนั้นโปรตุเกรสก็พยายามแล่นเรือไปทางจาเมกา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลมแรง พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะกลับไปที่ท่าเรือหลวงได้เลยแล่นเรือใบไปที่คิวบาตะวันตกแทน ขณะนั้นเรือได้มาถึงแหลมซานอันโตนิโอ พวกเขาถูกจับโดยสามเรือรบของสเปนซึ่งได้ยึดเรือบรรทุกสินค้าของพวกเขา หลังจากเกิดพายุอย่างรุนแรง เรือของเขาถูกบังคับให้แล่นไปทางเมืองกัมเปเช่เจ้าหน้าที่ที่เมืองจำเขาได้เขาจึงถูกจับกุม ถือเป็นนักโทษบนเรือสเปน เขาพยายามหลบหนี โดยการทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยมีดที่ขโมยมาและเนื่องจากเขาคิดว่าไม่สามารถว่ายน้ำได้ เขาจึงใช้ถังไวน์เป็นตัวลอยว่ายน้ำไปยังฝั่ง จากนั้นเขาก็เดินทางผ่านป่าระยะทางมากกว่า 120 ไมล์
            โปรโตกัส มาถึงที่อ่าวเอลกอในภาคตะวันออกของแหลมยูคาทานและพบเรือที่จะพาเขากลับไปสู่ท่าเรือหลวงการกลับมาสู่เมืองกัมเปเช่อีกครั้งพร้อมกลับลูกเรือ 20 คน บัคคาเนียได้ยึดเรือที่เขาเคยถูกจับกุมเป็นนักโทษ และแล่นเรือออกพร้อมกับสินค้าที่บรรทุกอยู่ในเรือ จากนั้น เรือได้มาเกยตื้นใกล้ป่าสนนอกชายฝั่งทางตอนใต้ ของคิวบา เขาให้สินค้าทั้งหมดให้กับลูกเรือที่เหลือของเขาบัคคาเนียกลับไปยังท่าเรือหลวง ก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง



             หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่เพิ่มเติมจากการบันทึกของโปรโตกัส อย่างไรก็ตาม อเล็กซานเดอร์ เอ็กคูเมลิน บันทึกในหนังสือโปรโตกัสของอเมริกาว่า “เขาได้ต่อสู้กับชาวสเปนอย่างรุนแรงหลายครั้ง โดยไม่ได้รับผลประโยชน์จาการปล้นสะดมมากนัก
"สำหรับ ฉันแล้ว ฉันเห็นว่า...เขาตายอย่างน่าเวทนาที่สุดในโลก”
.............................