....

วันพีช 4Yonkou Bigmum ชาล็อต หลินหลิน_Charlotte Linlin ★シャーロット・リンリン

WANTED OnePiece Charlotte Linlin
http://pirateonepiece.blogspot.com/2011/01/wanted-newworld-charlotte-linlin-big.html
http://pirateonepiece.blogspot.com/2011/01/wanted-newworld-charlotte-linlin-big.htmlฉายา 1 ใน 4 จักรพรรดิ ชาล็อต หลินหลิน บิ๊กมัม (Four Emperors-Charlotte Linlin  Big Mom)
ค่าหัววันพีช ประมาณ 1,900,000,000
อายุ  -- ปี 
- เกิด 15 กุมภาพันธ์
ส่วนสูง – Cm. 
ตำแหน่ง กัปตันกลุ่มโจรสลัด บิ๊กมัม(Bigmom Pirates)
-  จักรพรรดิ บิ๊กมัม (YONKOU)
ผลไม้ปีศาจ  โซรุ โซรุ(Soru Soru)
ผลวิญญาณ : มีพลังในการจัดการ ตัดแต่ง โยกย้าย วิญญาณของสิ่งมีชีวิต 
อาวุธ สายฟ้าซู(Zeus) , เพลิงโพเมดิอุส(Prometheus)
ลูกเรือ  บารอน ทามาโกะ(Baron Tamago)  ,ราชสีห์พิคอม (Pecoms)
เผ่าพันธุ์ มนุษย์

                  ประวัติ.จักรพรรดิชาล็อต หลินหลิน (Charlotte Linlin)  หรือที่รู้จักกันในชื่อจักรพรรดิ บิ๊กมัม เธอเป็นจักรพรรดิเพียงคนเดียวใน 4 Yonkou ที่เป็นผู้หญิงและเป็นหัวหน้ากลุ่มโจรสลัดที่ถูกกล่าวโดย 5 ดาราของรัฐบาลโลกว่าเป็นอีกคนที่สามารถเอาชนะ จักพรรดิดำ ดี.ทีชได้ โดยสมาชิกในกลุ่มต่างเรียกเธอว่า มาม่า(Mama)แม้อำนาจของเธอจะดูคร้ายหนวดขาวแต่มันต่างกันอย่างสิ้นเชิงเพราะ เธอไม่ให้ความสำคัญกับลูกน้องมากนักและไม่สนใจบรรดาอาณาเขตปกครองสักเท่าไหร่ เกาะไหนที่สามารถให้ผลตอบแทนได้เธอก็จะยึดครองซะ แต่หากหมดผลประโยชน์  ก็ไร้ค่าในสายตาเธอแต่ก็ไม่ยอมให้ใครได้ไปมักจึงเลือกที่จะทำลายทิ้งไปซะ โดยรวมมันเป็นเรื่องของธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนซะมากกว่า

       -  ชื่อ ชาล็อต หลินหลิน มาจากชื่อของโจรสลัดหญิงชื่อดังในอดีตนาม ชาร์ลอ เดอเบอรี่(Charlotte De Barry) มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 17
................................
http://pirateonepiece.blogspot.com/2011/01/wanted-newworld-charlotte-linlin-big.html 【】เปิดตำนานอีกหนึ่งความชั่วร้ายของพวกโจรสลัดที่กินได้แม้กะทั่งพวกเดียวกันเองเพื่อความอยู่รอดกับเธอ ชาร์ลอ เดอเบอรี่(Charlotte De Barry)【】





        จักรพรรดิ บิ็กมัม แห่งนิวเวิร์ล เป็นผู้มีพลังผลปีศาจที่จัดว่า เป็นหนึ่งในสายพารามิเซียที่ร้ายกาจที่สุดในโลก ผลโซรุ โซรุ : โซล โซล SORU SORU ผลวิญญาณ ธอเป็นมนุษย์ที่มีพลังชีวิตแข็งแกร่งที่สุดในโลกและอาจเป็นไปได้ว่าอายุขัยของเธอนั้นอาจไร้ขอบเขตไปด้วยก็เป็นได้ พลังของเธอจัดเป็นจุดสูงสุดของพลังสายพารามิเซียในรูปแบบวิญญาณซึ่งอยู่ในสายเดียวกับผลเงา ผลว่างเปล่าและผลคืนชีพ โดยหลักพลังนีมอบสิทธิ์ให้ผู้ครอบครองสามารถ จัการ จับแยก สลับ ปรับแต่ง เปลี่ยนแปลงและเคลื่อนย้ายวิญญาณของมนุษย์ทุกคนได้ตามชอบใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งวิญญาณของตนเองก็สามารถแบ่งปันไปให้กับหุ่นกระบอกเพื่อให้ชีวิตกับพวกมันและใช้เป็นหูตาคอยสอดส่องหรือใช้ในการต่อสู้ระยะไกลก็ทำได้โดยง่ายเสมือนเจ้าตัวลงมาต่อสู้เอง
      พลังการตัดแต่งวิญญาณตนเอง ในปัจจุบันยังคงมีปริศนาอีกมาก แต่เชื่อว่าพลังวิญญาณของเธอนั้นแข็งแกร่งมาก ขนาดที่ว่าแยกมือซ้ายออกมากลายเป็นสายฟ้า และแยกมือขวาออกกลายเป็นไฟกันเลยทีเดียว นอกจากนี้บิ็กมัมก็มักจะไม่ค่อยแยกวิญญาณของตนเองออกมาใช้มากนักมีเพียงใส่ลงไปในบีเบิ้ลการ์ดเพียงเล็กน้อยและใส่ลงในหุ่นกระบอกทหารองครักษ์อีกหนึ่งกองเพื่อใช้ให้คอยเดินรักษาความปลอดภัยรอบๆตัวเธอและคอยเดินตามเธอไปทุกที่ๆเธอไปเพื่อให้ดูสมกับที่เป็นราชินีที่ทุกคนยำเกรงก็เท่านั้น
      พลังในการตัดแต่งวิญญาณผู้อื่น โดยหลักมีการใช้คร้ายผลเงาคือการดึงเอาอายุขัยในรูปแบบของวิญญาณจากบรรดาโจรสลัดที่มีฝีมือร้ายกาจหรือพวกศัตรูที่คิดเป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มบิ๊กมัมมาเพื่อใช้วิญญาณของพวกเขามาเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนหุ่นกระบอกต่างๆที่เตรียมไว้ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ หรือสิ่งของก็สามารถนำวิญญาณที่จับมาได้ ใส่ลงไป โดยหุ่นเหล่านั้นจะเหมือนตัวต้นแบบทุกประการ 
     วิญญาณหนึ่งดวง มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะอยู่ในร่างของสิ่งมีชีวิตได้เพียงหนึ่งเดียว  นั่นทำให้ส่วนมากบิ๊กมัมจึงมักใส่วิญญาณที่ช่วงชิงมาให้กับสิ่งของหรือสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว
     วิญญาณบางดวง ที่ถูกช่วงชิงมาใส่ไว้ในหุ่นสวนมากมักอ่อนไหวต่อความกลัวหรือการสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าโดยเฉพาะฮาคิราชันย์ ซึ่งนั่นจะทำให้วิญญาณหลุดออกจากร่างในทันทีและสลายไปในที่สุด
     วิญญาณทุกดวง สามารถแยกออกได้หลายส่วนเพื่อมอบชีวิตและความสามารถให้กับสิ่งต่างๆตามที่ผู้ใช้ต้องการแต่ยิ่งมากก็ยิ่งอ่อนแอ โดยวิญญาณทุกดวงที่ถูกแยกจะคงอยู่ตลอดไปแม้ร่างต้นแบบจะตายไปแล้วก็ตาม
     จุดอ่อน : พลังนี้ยังคงไม่มีจุดอ่อน แต่มีความเป็นไปได้ว่า วิญญาณที่ถูกแยกจากตัวแม่หากถูกทำลายตัวแม่ก็จะสูญเสียการควบคุมบางส่วนของร่างกายไปด้วย เช่น แขนซ้ายและขวาอาจเป็นอัมพาตเมื่อวิญญาณที่ถูกแบ่งไปถูกทำลายลง

............................


【】นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว【】
         เปิดตำนาน ชาร์ลอ เดอเบอรี่ (Charlotte De Barry ) ค.ศ. 1636 โจรสลัดหญิงที่งดงามที่สุด

                   ชาร์ลอ เดอเบอรี่ - Charlotte De Barry  (ค.ศ. 1636)เป็นโจรสลัดหญิง ที่เกิดในปี 1636 มีชื่อเป็นฝรั่งเศสแต่เกิดในอังกฏษ อาศัยอยู่ในแถบท่าเรือ กล่าวกันว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ดูโดดเด่นกว่าผู้หญิงคนอื่น ดูแข็งแกร่ง แต่ก้สง่างามและมีความฉลาดหาตัวเปรียบยาก จนเป็นที่หมายปองของชายมากหน้าหลายตาทั้งทหารเรือและเศรษฐีมีเงิน ซึ่งพ่อของเธอนั้นต้องการให้เธอแต่งกับคนรวยมากกว่าเพราะครอบครัวของเธอมีฐานะยากจน แต่เธอกลับถูกใจทหารเรือมากกว่าเพราะเธอรักทะเลต้องการเป็นชาวเรือมากกว่าจะเป็นคุณหนู

ชาร์ลอ เดอเบอรี่ - Charlotte
                  ในช่วงวัยรุ่นเข้าสู่วัยสาวในวัย 20 ปี เธอพบรักกับทหารเรือหนุ่ม แต่ความรักของเธอดูเหมือนจะไม่ราบลื่นเพราะ ถูกคัดค้านจากพ่อ แม่ของเธอทำให้เธอต้องปลอมตัวเป็นชายและหนีตามชายคนรักออกทะเลไปเป็นทหารเรือด้วยกันโดยเธอบอกกับทุกคนว่าเขาเป็นพี่ชายของเธอทั้งสองร่วมต่อสู้ด้วยกันในศึกใหญ่กว่า 6 ครั้ง โดยในแต่ละครั้งเธอมีส่วนร่วมให้ได้รับชัยชนะจากการใช้ความฉลาดของเธอให้เป็นประโยชน์ นอกจากความฉลาดความสามารถในการต่อสู้ของเธอก็ดูเหมือนจะโดดเด่นไม่แพ้กันมีหลายครั้งที่เธอเข้าขวางอาวุธศัตรูเพื่อช่วยชีวิตคนรักของเธอ จนกะทั่งความลับของเธอถูกสังเกตุเห็นจากนายทหารคนหนึ่งเค้าต้องการครอบครองเธอ จึงใส่ร้ายสามีของเธอว่าเป็นกบฏ ทำให้ถูกเฆี่ยนจนตาย ชาร์ลอแค้นใจมากที่ช่วยอะไรไม่ได้ เธอจึงวางแผนที่จะแก้แค้นให้สามี เธอดักรอนายทหารคนนั้นในทางกลับบ้านของเค้าเมื่อพบเธอยิงเค้าด้วยปืนพกเมื่อแน่ใจว่าตายแน่เธอจึงหลบหนีออกทะเลไปในทันที
                ชาร์ลอหลบซ่อนตัวอยู่นานโดยแฝงตัวเป็น นักร้องในท่าเรือแห่งหนึ่ง จนในที่สุดความสวยที่โดดเด่นของเธอก็ไปต้องตากัปตันเรือค้าทาส วิลมิง เขาลักพาตัวเธอและบังคับให้แต่งงานด้วย เธอจำใจต้องแต่งงานด้วยและออกเดินทางสู่ แอฟริกาเพื่อทำการค้าไปด้วยกัน วิลมิงเป็นกัปตันเรือที่มีนิสัยโหดร้ายหากลูกเรือทำผิดกฏเพียงเล็กน้อยจะไม่มีการปราณี โทษของมันคือการเฆี่ยนตีให้ตายทำให้บรรดาลูกเรือต่างไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ช่วงหนึ่งของการเดินทางเรือแวะพักที่เกาะแห่งหนึ่งเพื่อหาเสบียงและน้ำดื่ม ลูกเรือกลุ่มหนึ่งเข้าไปหาน้ำ ชาร์ลอแอบตามขึ้นไปบนเกาะด้วยจนแอบได้ยินลูกเรือพูดกันว่าจะก่อกบฏยึดเรือเพราะทนต่อไปไม่ไหว ชาร์ลอแสดงตัวออกมาว่าได้ยินสิ่งที่พวกเค้าพูดกันบรรดาลูกเรือต่างร้องขอความเมตตาเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ยินชาร์ลอจึงยื่นขอเสนอว่า “ให้ถือซะว่าฉันเป็นเพื่อนของพวกคุณ   พวกเรามีศัตรูร่วมกันถ้าหากต้องการแก้แค้น สาบานว่าจะซื่อสัตว์ต่อฉันแล้วฉันจะทำให้มันจบในคืนนี้”พวกลูกเรือแทบไม่เชื่อหูตัวเองต่างโห่ร้องยินดีกับสิ่งที่ได้ยิน เมื่อถึงเวลากลางคืนในห้องนอนของ วิลมิง ชาร์ลอหยิบดาบที่ซ่อนอยู่ออกมาเธอตัดหัว วิลมิง เพียงดาบเดียวหัวของเค้าก็เกือบขาดและหยิบหัวเค้าออกมาที่ดาดฟ้าเรือชูให้บรรดาลูกเรือได้เห็น บรรดาลูกเรือต่างโห้ร้อง ตะโกนว่า  

“ชีวิตที่มั่งคั่งและยาวนาน   ภายใต้กัปตันชาร์ลอเดอเบอรี่....”

              ชื่อเสียงของ ชาร์ลอ เริ่มเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดังในความเหี้ยมโหดจนสร้างความหวาดกลัวไปทั่วในหมู่นักเดินเรือ แต่เมื่อเธอขึ้นฝั่งเธอจะแต่งกายเป็นชนชั้นสูงและเข้าวงสังคมเพื่อหาข่าวเกี่ยวกับการค้า และการเดินทางของเรือตรวจการ ครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงของชนชั้นสูงเธอพบกับชายหนุ่มวัย 22 ปี เค้าเป็นลูกเศรษฐีที่มั่งคั่งแต่เมื่อได้พบกับ ชาร์ลอเค้าตกหลุมรักเธอในทันทีและพร้อมที่จะมอบชีวิตให้กับเธอได้เพียงเธอเอ่ยปาก ชาร์ลอเองก็ประทับใจชายหนุ่มคนนี้มากเพราะเค้าเป็นคนเปิดเผย จริงใจ รับกับสิ่งที่เธอจะบอกได้หมดโดยเฉพาะเมื่อเธอบอกเค้าว่าเธอเป็นโจรสลัดและขอให้ออกเรือไปพร้อมกับเธอและทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เค้าตอบตกลงโดยยอมละทิ้งเงินทองที่มีเพื่อความรัก  คำตอบที่ชาร์ลอได้รับยิ่งทำให้ ชาร์ลอรักเค้ามากขึ้นเพราะมันทำให้นึกถึงตัวเธอเองเมื่อครั้งในอดีตที่หนีตามคนรักออกทะเลไปเหมือนกัน


           ช่วงชีวิตสุดท้ายของเธอ  ถูกเล่าขานกันต่างๆนาๆ ว่าเป็นช่วงปีไหนกันแน่ แต่ที่แน่ใจได้คือมันเป็นช่วงหนึ่งของการเดินทางร่วมกันกับสามีของเธอ วันหนึ่งเรือที่นั่งมาเกิดล่มโชคดีที่รอดมาได้แต่ก็ต้องใช้ชีวิตอยู่บนแพกลางทะเลโดยปราศจากอาหาร และน้ำนานกว่า 8 วัน เพื่อเอาชีวิตรอดพวกลูกเรือตัดสินใจที่จะเลือกคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเพื่อเป็นอาหารให้กับพวกที่เหลือได้มีชีวิตรอดต่อไป พวกเค้าเสี่ยงดวงกันด้วยไม้สั้นไม้ยาวโชคร้ายที่สามีของ ชาร์ลอถูกเลือก ชาร์ลอร้องขอชีวิตสามีเธอโดยแลกกับชีวิตเธอ ลูกเรือปฏิเสธเสียงแข็ง เธอจึงขอเวลาอีก 2ชั่วโมงเพื่อเยื้อเวลาเผื่อมีเรือผ่านมา 
            เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เธอต่อรองอีกครั้งโดยขอให้ตัดไปเพียงขาข้างหนึ่งและขอยืดเวลาไปจนถึงเย็น แต่เมื่อถึงเวลาอีกครั้งก็ยังไม่มีวี่แววของเรือลำใดผ่านมา ชาร์ลอบิดพลิ้วต่อไปอีกไม่ได้แล้วเธอจึงทำได้แต่เพียงเฝ้ามองร่างของชายอันเป็นที่รักถูกกินอย่างสยดสยอง โดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เพราะมันคือข้อตกลงที่บิดพริ้วไม่ได้ หลังจากนั้นอีกหลายวันต่อมาพวกเค้าก็ได้รับการช่วยเหลือโดยเรือสินค้าชาวดัตช์ แต่ชาร์ลอไม่รู้สึกยินดีกับการช่วยเหลือครั้งนี้ เธอสิ้นหวัง หดหู่ ไม่กินอาหารใดๆได้แต่เดินไปเดินมาบนดาดฟ้าเรือเหมือนคนเสียสติและหายตัวไป  ว่ากันว่าเธอน่าจะกระโดดลงน้ำเพื่อตายตามสามีของเธอไป
...........................