....

SUPERNOVAS วันพีช_จีเวลรี่ บอนนี่_Jewelry Bonney ★ ジュエリー・ボニー

WANTED Jewelry Bonney
http://pirateonepiece.blogspot.com/search/label/11%20SUPERNOVAฉายา จอมเขมือบ (Big Eater)
ค่าหัววันพีช 140,000,000
อายุ  ---
- เกิดที่ ทะเลใต้-เซ้าท์บลู(South Blue)
- 1 กันยายน
ส่วนสูง 187  cm.
เรือ   Unknown
ตำแหน่ง กัปตัปกลุ่มโจรสลัดบอนนี่(Captain Bonny Pirates) 
- อันดับ 8 จาก11 ซุปเปอร์โนว่า-ลุคกี้ยุคสมัยใหม่(The Eleven Supernovas )
ลูกเรือ  --
ผลปีศาจ โทชิ โทชิ (Toshi Toshi)สายพาราติเมีย
ผลผลอายุขัย : มีพลังในรูปแบบการควบคุมอายุของตนเองและผู้อื่นได้
อาวุธ ดาบและกระบองสี่คม
เผ่าพันธุ์ มนุษย์

             ประวัติ.จอมเขมือบจีเวลรี่ บอนนี่(Jewelry Bonney) เธอโจรสลัดสาวเซ็กซี่จากทะเลเซาท์บลู มีลักษระเป็นโจรสลัดหญิงที่มีผมยาวสีชมพูมีดวงตาสีม่วงโดยที่เธอสวมใส่เสื้อผ้าที่โชสัดส่วนให้เห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างดีแม้ว่าเธอจะกินอาหารเข้าไปได้แบบไม่ยั้งโดยที่ร่างกายยังคงปกติ (ต่างจากลูฟี่ที่กินเยอะตัวก็จะพองออก)และที่พิเศษสุดเสื้อผ้าของเธอช่วยให้สะดวกเมื่อเธอเปลี่ยนแปลงร่างกายให้เป็นเด็ก

         - ชื่อของ จีเวลรี่ บอนนี่มาจากชื่อของโจรสลัดหญิงที่เคยมีชีวิตอยู่จริงในช่วงศตวรรษที่ 18 ในช่วงปี 1702-1782 ในชื่อ แอน บอนนี่(Anne Bonny)
.........................
http://pirateonepiece.blogspot.com/2010/03/11-supernovas-eustass-kid.html 【】 เปิดตำนาน โจรสลัดหญิงผู้อยู่เหนือโจรสลัดหนุ่มทั้งปวง ทั้งงดงามและกล้าหาญ แอน บอนนี่ - Anne Bonny 【】



             กัปตันกลุ่มโจรสลัดบอนนี่ แห่งเซ้าท์บลู บอนนี่เป็นกัปตันหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม ซุปเปอร์โนว่า และเป็นผู้มีความสามารถจาก ผลไม้ปีศาจที่แปลกมาก โทชิ โทชิ  Toshi Toshi  : ผลอายุ เป็นพลังที่สามารถสับเปลี่ยนอายุเป็นมนุษย์เยาว์วัย  เป็นพลังที่ช่วยให้ผู้ที่ครอบครองสามารถควบคุมอายุของตนเองให้เด็กลงหรือแก่ ขึ้นก็ได้ และยังใช้ความสามารถนี้กับศัตรูหรือบุคคลอื่นที่ถูกบอนนี่สัมผัสได้ด้วยโดย คนที่ถูกสัมผัสจะกลับกลายเป็นเด็กเฉพาะตัวเท่านั้นเสื้อผ้าและอาวุธจะยังคง เดิม แต่ทว่าการใช้พลังสับเปลี่ยนอายุมีข้อบกพร่องอย่างมากจากการที่เธอต้องใช้ พลังงานอย่างมากในการใช้พลังทำให้เธอต้องกินอาหารจำนวนมากเพื่อเป็นการกัก ตุนพลังงานไว้ในยามต่อสู้ซึ่งมันจะหมดไปอย่างรวดเร็ว
"จอมเขมือบ" จีเวลรี่ บอนนี่(Jewelry Bonney)
"วีรบุรุษถูกสร้างจากการหลอมลวม..ศรัทธาและกาลเวลาเข้าด้วยกัน
 เมื่อวีรบุรุษหนึ่งจากไป..ก็เหมือนเวลากลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง"

             รากฏตัวบนหมู่เกาะซาบอนดี้ Grove24 เธออยู่ในร้านอาหารและกำลังกินอาหารอย่างมูมมามซึ้งทำให้ คาโปเน่รู้สึกโมโหเป็นอันมาก และหลังจากนั้นได้เผยให้เห็นความเร็วอันน่าเหลือเชื่อเมื่อช่วย โซโลให้พ้นจากสายตาของ เซนคาลอส ซึ้งหลังจากเกิดเหตุการณ์ทหารเรือล้อมจับเหล่า ลุคกี้ซึ้งสาเหตุมาจากกลุ่มหมวกฟางทำให้บอนนี่โกรธมากและบอกว่าจะตามหาและจัดการกลุ่มหมวกฟางที่โลกใหม่ให้ได้นอกจากนี้บอนนี่มีความชื่นชมในตัวหนวดขาวมากจากการที่เธอร้องไห้เมื่อรู้ว่าหนวดขาวได้ตายลง
           หลังจากเฝ้าดูจุดจบของยุคสมัยอยู่นานเธอพร้อมด้วยลูกเรือเร่งติดตามพวกหนวดดำไปติดๆเพื่อหวังแก้แค้นให้กับหนวดขาวที่ตายไปแต่ดูเหมือนมันจะเป็นการกระทำที่ผิดพลาดเมื่อพบหนวดดำเธอพ่ายแพ้ให้กับกลุ่มโจรสลัดหนวดดำที่ร้ายกาจอย่างง่ายดายและถูกจับตัวได้และเกือบถูกฆ่าตาย โชคดีที่พลเอกอะคาอินุติดตามพวกหนวดดำมาติดๆและพบบอนนี่เข้าจึงจับกุมเธอ และดูเหมือนจะถูกส่งตัวไปขังยังคุกนรกอิมเพลดาวที่ๆซึ่งอย่างน้อยเธอก็ยังคงรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ภายหลังระหว่างการส่งตัวเธอใช้ความสามารถจากผลปีศาจกลายร่างเป็นเด็ก แกล้งทำเป็นเด็กหลงทาง ร้องไห้งอแงจนสามารถหนีรอดมาได้
.............................. 

【】 นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว 【】
           เปิดตำนาน โจรสลัดหญิงผู้อยู่เหนือโจรสลัดหนุ่มทั้งปวง ทั้งงดงามและกล้าหาญ แอน บอนนี่ - Anne Bonny 

              แอน บอนนี่ (Anne Bonny)  เธอเป็นชาวไอริช ครอบครัวของเธออพยพไปยังอเมริกาตั้งแต่ตอนที่เธอยังเด็ก ต้องเริ่มต้นตั้งตัวใหม่ด้วยความยากลำบาก แม่ของเธอเสียชีวิตหลังจากที่เดินทางมาถึงทวีปอเมริกาเหนือได้ไม่นาน พ่อประกอบอาชีพเป็นทนายความ แต่ก็ไม่ดีดั่งใจนึก และในที่สุดพ่อของเธอก็ประสบความสำเร็จจนได้ เขาได้เข้าร่วมทำธุรกิจค้าขายได้กำไรงามAnne เป็นเด็กผู้หญิงผมสีแดงและมักจะได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ติดที่เป็นคนอารมณ์ร้อนโกรธง่าย ตอนที่เธออายุแค่ 13 ปี เธอแทงสาวใช้คนหนึ่งด้วยมีดจนสาวใช้คนนั้นเสียชีิวิต

แอน บอนนี่ (Anne Bonny)
              เมื่ออายุ 16 ปีเธอแต่งงานกับกะลาสีเรือจน ๆ คนหนึ่งชื่อ James Bonny  เขาหวังว่าจะฮุบที่ดินจากพ่อตา แต่ว่าพ่อของเธอโกรธจัด และบอกว่าไม่ยอมรับในตัวเธอ  มีเรื่องเล่าว่า Anne จุดไฟเผาไร่ของพ่อเธอ แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าเธอทำจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าในช่วงปี 1714 ถึง 1718 เธอและสามีได้ย้ายไปอยู่ที่ Nassau ที่ซึ่งถูกเรียกว่า สถานที่ลี้ภัยของโจรสลัดชาวอังกฤษ ชาวเมืองหลายคนได้รับพระราชทานอภัยโทษ มีรายงานอีกว่าหลังจากการมาของผู้ว่าการ Woodes Rogers ในช่วงหน้าร้อนปี 1718 James Bonny ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ส่งสารของรัฐบาล
              หลังจากอยู่กินกันได้ไม่นาน Anne ก็เบื่อหน่ายกับความขี้ขลาดของสามีเธอประจวบเหมาะกับในเวลานั้นเธอได้พบกับ John Calico Jack Rackham ที่โรงน้ำชาแห่งหนึ่ง  ความสัมพันธ์ระหว่าง Anne กับ Rackham (Calico Jack) ก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น Rackham ในสมัยนั้นเป็นโจรสลัดหนุ่มหล่อ เขาฉลาดในการใช้เงินและรู้วิธีการที่จะได้มันกลับคืนมาง่าย ๆ  Anne เป็นหญิงสาวพราวเสน่ห์ชายใดได้เข้าใกล้หัวใจต้องถูกเผาเป็นจุลด้วยเปลวไฟ แห่งความร้อนแรงของเธอ Rackham จึงเสนอขอซื้อตัว Anne จาก James Bonny สามีของเธอ แต่ James ดันเอาเรื่องไปบอกท่านผู้ว่าการ Rogers ท่านผู้ว่าการจึงสั่งให้ Anne ต้องกลับไปอยู่กับสามีของเธอ และต้องถูกโบย
            ในคืนวันนั้นเอง Rackham กับ Anne จึงพากันหนีไปที่ท่าเรือ ไปขึ้นเรือ Sloop* ที่ Rackham ขโมยมา แล้วหนีไปเริ่มต้นชีวิตโจรสลัดด้วยกัน โดยในขณะนั้นมี Mary Read อยู่ในกลุ่มลูกเรือของ Rackham แล้ว ในภายหลัง Mary Read กับ Anne Bonny ก็ได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน


          กฏของการออกเรือในสมัยนั้นคือห้ามมีลูกเรือเป็นหญิง Anne จึงปลอมตัวเป็นชายใช้ชื่อว่า Adam Bonny และเข้าร่วมสู้รบ เธอเป็นเลิศด้านการใช้ปืนและดาบ ไม่ว่าชายใดก็ต้องขยาดกับความน่ากลัวของเธอ เธอปราศจากความกลัวในการเข้าร่วมการศึก และมักจะได้รับคำเชื้อเชิญให้เข้าร่วมงานสังสรรค์  ในการเข้าร่วมกับ Rackham พวกเขาได้ออกปล้นเรือมามากมายและจับลูกเรือมาเป็นทาสรับใช้ได้หลายคนจนเรือ มีลูกเรือเพิ่มขึ้น ทั้งสามคนประสบความสำเร็จอย่างมากในการเป็นโจรสลัด และเวลาอยู่บนเรือ Revenge Anne ก็ไม่ได้ปลอมตัวเป็นชายบ่อยนัก รวมทั้ง Mary Read ด้วย แต่ว่าลูกเรือคนอื่น ๆ ก็ให้ความเคารพพวกเธอ ท่านผู้ว่าการ Rogers หมายหัวทั้งสามคนเอาไว้ว่า “Wanted Pirates”  และแม้เธอจะเก่งกาจสักเพียงใดแต่เธอก็ไม่เคยบัญชาการลูกเรือเองเลย
                    ในเดือนตุลาคมปี 1720 ผู้ว่าการของ Jamaica ได้ส่งกองกำลังออกไปตามล่าจับตัว Rackham และลูกเรือทั้งหมดตามคำสั่งของราชวงศ์อังกฤษ โดยมี Jonathan Barnet นักล่าหัวโจรสลัดเป็นผู้นำในการออกตามล่าครั้งนี้ เรือของ Rackham ถูกเรือของ Jonathan Barnet ปิดล้อมโดยไม่ทันตั้งตัว ลูกเรือส่วนใหญ่เมามายจนไม่สามารถขัดขืนการจับกุมได้ Rackham และลูกเรือทั้งหมดรวมทั้ง 2 หญิงสาว Anne Bonny และ Mary Read ก็ถูกจับ


              Rackham กับลูกเรือถูกจับไปยัง Jamaica และถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอสร้างความผิดหวังให้ Anne อย่างมากเนื่องจากในขณะสู้รบ มีเพียงลูกเรือบางส่วน ตัวเธอ และ Mary เท่านั้นที่ต่อสู้กับทหารเหล่านั้น เพราะลูกเรือส่วนใหญ่เมามายจนหลับไปเกือบหมดทั้งลำ คำพูดสุดท้ายของ Anne พูดกับ Rackham ก่อนจะถูกแขวนคอ เธอพูดว่า “เธอเสีียใจที่เห็นเขาถูกจับมาแบบนี้ ถ้าหากว่าเขาต่อสู้เยี่ยงบุรุษ(ในวันนั้น) ก็คงไม่ต้องมาถูกแขวนคออย่างกับหมา(ข้างถนนในวันนี้)
              Anne และ Mary ถูกเลื่อนโทษตายออกไปเพราะเธอทั้ง 2 กำลังตั้งครรภ์ ตามกฎหมายอังกฤษแล้วให้ละเว้นชั่วคราวจนกว่าเธอจะคลอดลูก Mary ตายในระหว่างให้กำเนิดลูก บ้างก็ว่าเพราะเธอป่วยหนัก  Anne ถูกเลื่อนกำหนดการลงโทษออกไปหลายครั้งก่อนที่เธอจะหายไปจากคุกอย่างลึกลับ “จากหลักฐานเกี่ยวกับเชื้อสายของ Anne Bonny เป็นไปได้ว่าพ่อของ Anne มาพาตัวเธอออกจากคุกและพากลับไปยัง Charles Town เธอให้กำเนิดลูกคนที่ 2 ของ Rackham
          ในวันที่ 21 ธันวาคม 1721 เธอก็ได้แต่งงานกับชายคนหนึ่งชื่อ Joseph Burleigh และมีลูกด้วยกันถึง 10 คน เธอเสียชีวิตในวัย 80 ปี ในวันที่ 22 เมษายน 1782″ 
...........................