....

วันพีช Whitebeard Pirate มัลโก้ฟีนิกซ์_Phoenix MARCO ★マルコ

ฉายา ฟีนิกซ์ มัลโก้ (Phoenix MARCO)
ค่าหัววันพีช ประมาณ 510 ล้านเบรี
อายุ ???? 
- เกิด 5 ตุลาคม  
ส่วนสูง  ----
เรือ  โมบี้ดิก (Moby Dick)
ตำแหน่ง รองกัปตัน กลุ่มโจรสลัดหนวดขาว(Whitebeard Pirate)
หัวหน้าหน่วยที่ 1 : มัลโก้ ฟีนิกซ์
ผลปีศาจ ......... สายโซออน(สัตว์โบราณ)
ผลนกฟีนิกซ์ มีความสามารถในการกลายร่างเป็นนกฟีนิกซ์และมีพลังในการฟื้นตัวในระดับสูง
ร่างกายเป็นเปลวเพลิงและฟื้นพลังจากเปลวเพลิงได้
ธาตุปฏิปักษ์-จุดอ่อน   ไม่สามารถต่อสู้เป็นเวลานานได้ ได้เปรียบผลงู(เฮบิ เฮบิ)
อาวุธ ฮาคิแห่งเกราะและการทลวง บุโซโชคุ ฮาคิ(Busoshoku Haki) 
ครอบครัว พ่อ-เอ็ดวาดนิวเก็ด(Edward newgate)  พี่น้อง-สมาชิกกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว
เผ่าพันธุ์  มนุษย์

"ความผิดที่ชั้นให้อภัยตัวเองไม่ได้............
 คือการเสียพวกพ้องไปต่อหน้าต่อตา........." 
   กล่าวโดย มัลโก้

                ประวัติ.มัลโก้ ฟีนิกซ์ (Marco - Fushicho Maruko)  มีตำแหน่งเป็นรองกัปตันและหัวหน้ากลุ่มที่ 1  กลุ่มโจรสลัดหนวดขาวและอาจเป็นไปได้ว่าเค้าเป็นลูกเรือที่เก่าแก่ที่สุดที่อยู่กับหนวดขาวมาเป็นเวลานานตั้งแต่สมัยหนวดขาวเริ่มมีชื่อเสียง แต่เนื่องจากกลุ่มหนวดขาวมีการปกครองในแบบครอบครัวลูกเรือจึงไม่มีตำแหน่งตายตัวโดยหัวหน้ากลุ่มจะมีลูกน้องในสังกัดได้หลายกลุ่ม โดยหัวหน้ากลุ่มแต่ละคนมีความอิสระในการทำงานสูงสามารถยึดครองกลุ่มโจรสลัดอื่นได้โดยต้องยึดถือกฏว่า โจรสลัดที่ยึดครองได้ต้องยอมจำนนอย่างเต็มใจภายใต้ธงผืนเดียวกันและต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน "ในนามจ้าวแห่งน้ำ หนวดขาว"
   - ชื่อของ มัลโก้ อาจมาจากชื่อของนักสำรวจชาว อิตาลีที่ชื่อ มาร์โคโปโล(Macro Polo) 
   -  พลังจากผลไม้ปีศาจของ มัลโก้นั้นถูกกล่าวขานกันว่า หายากยิ่งกว่าสายโรเกียเพราะเป็นสายโซออนที่สามารถควบคุมพลังธรรมชาติได้
   -  ในภาษาญี่ปุ่น มีคำหนึ่งที่สะกดว่า Crypto Zoan มีความหมายว่าชนิดของสัตว์ที่เป็นตำนาน
............................. 



http://pirateonepiece.blogspot.com/2010/08/wented.html











               ฟีนิกซ์ มัลโก้(Phoenix MARCO) เป็นชายที่มีปริศนาแต่ก็มีชื่อเสียงมากในฐานะรองกัปตันกลุ่มหนวดขาวที่ครอบครอง ผลปีศาจในตำนานผล โทริ โทริ Tori Tori Phoenix : นกอมตะ ฟีนิกซ์  ที่เชื่อกันว่าผู้ได้ครอบครองจะมีร่างกึ่งอมตะและแข็งแกร่งจนผู้ครอบครองจะ ได้พลังจากนกฟีนิกซ์ซึ่งนั้นอาจหมายถึงทำให้มีอายุขัยยืนยาวกว่าปกติซึ่งนั่นเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น
            แม้ว่าพลังนกฟีนิกซ์ของมัลโก้จะถูกกำหนดให้เป็นพลังจากสายโซออน แต่ก็เป็นสายสัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดโดยพลังของเค้าเป็นแบบพิเศษที่ถูกแบ่งย่อยในสายสัตว์จากทั้งหมด 4 แบบหนึ่งในนั้นคือแบบ สายสัตว์ในตำนาน(Mythical Zoan) เป็นชนิดพิเศษที่โด่ดเด่นกว่าอีก 3 ชนิดในสายโซออนด้วยกันเองโดยพลังของสัตว์ในตำนานกล่าวกันว่าการสุ่มหรือการกินเพื่อให้ได้มานั้นยากยิ่งกว่าสายโรเกียเสียอีกแต่หากได้มาจะมีพลังที่วิเศษมากโดยจะมีพลังทั้งพลังจากสายโรเกียและพารามิเซียรวมกัน 
           จากที่ปรากฏในเนื้อเรื่องในขณะนี้พลังจากสัตว์ในตำนานปรากฏแล้วมีเพียง 2 ชนิดเท่านั้นหนึ่งในนั้นผู้ที่ได้ครอบครองคือมัลโก้ผู้มีทั้งพลังจากผลปีศาจและพลังฮาคิสามารถกลายร่างแบบ ไฮบริด เฉพาะส่วนตามความต้องการได้ซึ่งต่างจากสายโซออนคนอื่นที่กลายได้ แบบทั้งหมดหรือครึ่งตัวเท่านั้น โดยพลังของมัลโก้อาจแบ่งออกเป็น  
   - พลังในการโจมตีและเฉือนศัตรูจากกรงเล็บที่ขาทั้งสองข้าง
   - พลังในการลอยตัวและบินด้วยความเร็วสูงจากแขนที่กลายเป็นปีกทั้งสองข้าง  
   - พลังรักษาบาดแผลจากการเรียกเปลวเพลิงสีฟ้าที่ปีกหรืออาจเรียกออกได้แม้อยู่ในร่างมนุษย์ โดยเปลวเพลิงชนิดนี้ไม่มีอำนาจในการเผาผลาญต่างจากไฟโดยทั่วไป
           จุดอ่อน : มัลโก้จะรักษาบาดแผลของตนได้ด้วยการกลายร่างเป็นนกเพลิงฟีนิกซ์ แต่เนื่องจากพลังของเค้าเป็นสายโซออนเค้าจึงอยู่ในร่างเพลิงไม่ได้ตลอดต้องกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ซึ่งนั้นเป็นจุดอ่อนที่ศัตรูเลงเห็น และโจมตีเมื่อเค้ากลับเป็นมนุษย์ ดังเช่นการที่ มัลโก้ถูกจับด้วยกุญแจมือหินไคโรเซกิ ของพลโทโอนิกูโม่

ฟีนิกซ์ มัลโก้ - Phoenix MARCO
"ชีวิตนี้ช่างแสนยาวนาน.....ไม่มีสิ่งใดน่าประทับใจและน่าจดจำ...
แต่มาวันนี้ฉันอยากจะลืมทุกอย่างไปให้หมด..แต่กลับลืมมันไม่ได้......."

               มัลโก้แห่งกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว ปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อครั้งที่ ชิกิมาเยือนเรือของ หนวดขาวเพื่อกล่าวลาไปเก็บตัวสักพักก่อนจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยชิกิพยายามหยั่งเชิง หนวดขาวเกี่ยวกับการตายของ ราชาโจรสลัดโรเจอร์ว่าหนวดขาวคิดยังงัยและคิดที่จะขึ้นเป็นราชาคนใหม่แทนที่หรือไม่ ซึ่งในตอนนั้นมัลโก้ก็ได้ยินคำพูดของชิกิทุกคำและรอคำตอบพ่อของเค้าอยู่แต่มัลโก้ก็รู้ดีว่า พ่อของเค้าต้องการที่จะอยู่ในตำแหน่งปัจจุบันที่เป็นอยู่ก็ดีอยู่แล้วไม่ต้องการก่อสงครามที่นำพาลูกๆเข้าสู่การสู้ที่ไม่สิ้นสุดนำมาซึ่งการสูญเสียและล้มตายและก็เป็นเช่นนั้นหนวดขาวไล่ชิกิให้รีบไปให้พ้นๆก่อนจะถูกโยนลงจากเรือ...... 
               หลังจากนั้นปรากฏตัวอีกหลายครั้งบนเรือของหนวดขาว โดยเฉพาะเมื่อเหตุการเมื่อครั้งที่เอสมาท้าทายหนวดขาวถึงเรือ โมบี้ดิกโดยมัลโก้ได้รับคำสั่งให้ดูอยู่ห่างๆ จนกระทั่งเค้าเห็นว่าเอสมีความมุ่งมั่นและทเยอทยานแต่ขาดสติยั้งคิดซึ่งนั้นอาจทำให้อายุสั้นก่อนวัยอันควรจึงเข้าไปชักชวนให้เอสเข้าร่วมกลุ่มแต่ดูเหมือนเอสจะไม่ต้องการที่จะเป็นลูกน้องใคร มัลโก้จึงอธิบายถึงการปกครองในแบบของหนวดขาวที่ไม่มีใครเป็นนายใครมีเพียง พ่อกับลูก ที่อยู่ร่วมกันในแบบครอบครัวและทุกคนมีอิสระที่จะทำตามใจตนเองขอเพียงรับธงของกลุ่มไว้เท่านั้นเป็นพอซึ่งในภายหลังเอสรับข้อเสนอที่จะสักธงของหนวดขาวที่แผ่นหลังและเป็นหัวหน้าหน่วยที่ 2ของกลุ่ม

มัลโก้ - Marco วัยหนุ่มเมื่อ 22 ปีก่อน
                   มัลโก้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในศึกครั้งใหญ่ที่มารีนฟอร์ดซึ่งเค้าและครอบครัวหนวดขาวต่างพร้อมใจกันมาช่วยน้องชายและต้องการพาตัวกลับไปให้ได้ มัลโก้เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มโจรสลัด หนวดขาวที่จัดว่าแข็งแกร่งที่สุด ด้วยตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มที่ 1 : มีพลังผลปีศาจที่หายากที่สุด ผลฟีนิกซ์ สายสัตว์โบราณแห่งตำนานมีร่างเป็นนกเพลิงสามารถฟื้นพลังและฟื้นคืนร่างกายจากอาการบาดเจ็บด้วยเพลิงจากกลายร่างเป็นฟีนิกซ์ และสามารถใช้พลัง ฮาคิที่เป็นครื่นพลังที่สามารถแทรกผ่านพลังจากผลปีศาจไปโจมตีร่างต้นของศัตรูได้
                ความร้ายกาจของมัล โก้จัดเป็นรองเพียงแค่หนวดขาวเท่านั้นและต้องตาต้องใจ แชงครูสมากจนถึงขั้นเอ่ยปากชวนให้เข้าร่วมกลุ่มด้วยซึ่งในเหตุการที่มารีนฟอร์ด มัลโก้เปิดตัวด้วย  "กงล้ออัคคี"  ที่สามารถหยุดคิซารุลงได้ และกลานร่างเป็น ฟีนิกซ์แบบเต็มตัวเพื่อรับมือ อาโอคิยิ โดยเมื่อเค้ากลายร่างในแต่ละครั้งจะช่วยสมานแผลที่ได้จากการต่อสู้ลง  โดยเห็นได้จากครั้งที่เค้าบาดเจ็บที่มือเค้าใช้เปลวเพลิงรักษาบาดแผลซึ่งดูคร้ายปีก และเมื่อครั้งกระโดดเตะอาคาอินุเห็นเป็นแสงหรือกรงเล็บหรือนั้นอาจเป็นร่าง สัตว์มนุษย์ของเค้าซึ่ง จัดว่ายังคงเป็นปริศนาอยู่ ในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่1 : มัลโก้ต้องรับมือกับ ทั้ง 3 พลเอกและพลโทการ์ปซึ่งจัดว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจทั้งนั้น แถมยังได้รับคำสั่งให้คุ้มกัน ลูฟี่อีกซึ่งจัดว่าเป็นงานหนักที่สุดซึ่งในขณะที่เอสกำลังสู้อยู่กับอาคาอินุ และพลาดท่าให้กับ หมัดลาวาในขณะนั้น มัลโก้กำลังบาดเจ็บไหล่ซ้ายอย่างรุนแรงจากการโจมตีของคิซารุทำให้ไม่สามารถ กลายร่างและเข้าไปช่วยได้ทัน

..................................

【】นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว【】
          เปิดตำนานนักสำรวจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมาร์โก โปโล (นักสำรวจ - Explorer)คริสทศักราช1254-1323

               มาร์โก โปโล - Marco Polo  (15 กันยายน ค.ศ. 1254 – 9 มกราคม ค.ศ. 1324)  เป็นนักเดินทางค้าขายและนักสำรวจชาวเวนิส-อิตาลี มาร์โก โปโลเป็นชาวตะวันตกคนแรกที่ได้เดินทางตามเส้นทางสายไหมร่วมกับบิดาและลุงของเขาไปยังประเทศจีน ซึ่งเขาเรียกว่า คาเธ่ย์ และได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิกุบไล ข่านแห่งราชวงศ์หยวน ผู้เป็นหลานปู่ของเจงกีส ข่าน และได้ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองหางโจวช่วยงานราชสำนักถึง 17 ปีหลังกลับจากจีนเค้าถูกจับเป็นเชลยในการรบทางทะเล ระหว่างเวนิสกับเจนัว และได้เล่าเรื่องราว ของเขาให้เพื่อนนักโทษฟัง ซึ่งได้บันทึกไว้เป็นหนังสือชื่อ อิลมีลีโอเน (Il Milione) บันทึกการเดินทางของ มาร์โค โปโล.

มาร์โก โปโล - Marco Polo
             มาร์โก โปโล เกิดในเวนิส พ่อของเค้าชื่อว่า นิโคโล(Nicolo)เป็นพ่อค้าที่ทำการค้ากับพวกแขกอาหรับ แม่ของเค้าเสียชีวิตในขณะที่เค้ายังเด็กเลยต้องอยู่กับพ่อและลุงที่ชื่อว่า มาเฟโอ(Maffeo)ลุง ดูแลมาร์โกเป็นอย่างดี ส่งเค้าเรียนหนังสือและสอนทุกอย่างเกี่ยวกับการทำการค้ากับต่างชาติ ทั้งการเดินเรือ การใช้ชีวิตและค่าของเงิน
              ในปี 1271 ในวัย 17ปี พ่อและลุงของเค้าเริ่มต้นวางแผนการเดินทางเพื่อทำการค้าในเอเชีย การเดินทางของพวกเค้าเริ่มต้นจากการแล่นเรือจากทะเล เอเคอร์ไปยังปาเลสไตน์ที่นั่น มาร์โกได้พบมิชชันนารี 2คนที่ขอ มาร์โกร่วมทางไปด้วย อยู่ได้ไม่นานก็ออกเดินทางต่อ ด้วยการขี่อูฐผ่านทะเลทรายเปอร์เซีย(อิหร่าน) จนถึงอัฟกานิสถาน  ,ทางตอนเหนือของทิเบต ผ่านประเทศที่ชาวยุโรปไม่รู้จัก Shufu และ Soche จนกะทั้งมาถึงทะเลทราย โกบี 
              ในปี 1275   ในที่สุดก็ถึงปักกิ่ง สู่ราชสำนักกุบไลข่าน และได้ถวายสาส์นจาก องค์สันตะปาปา แด่จักรพรรดิ เมื่อตอนอายุได้ 21 ปี  ในช่วงนี้ มาร์โค โปโลกับคณะของเค้าได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ดีซะจนไม่ยอมให้ออกจากจากเมืองจีนไปไหนไปได้เพียงเมืองในอาณัติเพื่อเป็นทูตของข่านเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี เมื่อกลับมาก็เรียกตัวเข้าพบเพื่อเล่าเรื่องของโลกกว้างให้ฟัง และทุกครั้งก็พอพระทัยกับเรื่องเล่าของมาร์โค โปโลมาก จนผ่านไปเกือบ 20ปี  จักรพรรดิก็ยินยอมให้เค้ากลับบ้านเกิดได้แต่มีเงื่อนไขที่จะต้องพาคนของราชสำนักติดตามไปด้วย เพื่อเรียนรู้เรื่องการค้า และจดบันทึก
             มาร์โค โปโลเริ่มต้นการเดินทางของเค้าอีกครั้งพร้อมกับกองเรือสำเภาอีกกว่า 14 ลำ ผ่านทาง สิงคโปร์ อินโดนิเซีย กินเวลานานหลายเดือนกว่าจะออกทะเลจนมาถึง ศรีลังกา และอินเดีย  จนมาถึงทะเลอาหรับ การเดินทางในทะเลก็สิ้นสุด แม้ว่าการเดินทางโดยเรือจะกินเวลาเพียง 2ปี แต่มันเป็นช่วงเวลาที่ลำบากแสนสาหัส จาก "ลูกเรือกว่า 600 คนเมื่อเริ่มการเดินทาง เหลือรอดขึ้นบกเพียง 18 คนเท่านั้น"
           หลังกลับถึงบ้านเกิดในอิตาลี ช่วงนั้นเกิดการรบระหว่าง เวนีซและเจนัวขึ้น เรือของมาร์โค โปโลถูกเข้าใจผิดว่ามีส่วนร่วมในสงครามจนมาร์โก โปโลถูกจับและถูกจองจำในคุกนานหลายเดือน.ในช่วงนี้เองที่เค้าเริ่มเล่าเรื่องราวการพจญภัยของเค้าให้เพื่อนร่วมคุกที่มีชื่อว่า Rustichello da Pisa ได้ฟังและในเวลาต่อมาเพื่อนของเค้าได้รวบรวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ได้ฟังนำมาเขียนเป็นหนังสือเพื่อเป็นเกียรติแก่เพื่อนของเค้า
            ในปี  1323 มาร์ โปโล อายุได้ 68 ปี  เค้าป่วยหนักจนไม่อาจลุกขึ้นจากเตียงได้แม้ว่าแพทย์จะพยายามรักษาเค้าแต่ด้วยร่างกายที่แก่ชราดูเหมือนการรักษาทุกอย่างจะไร้ผล เมื่อจวนจะสิ้นใจเค้าจัดการทรัพย์สินที่เค้ามีอย่างถูกต้อง ยกทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้ภรรยาและลูกทั้งสามของเค้า บางส่วนยกให้ญาติและการกุศล ในวันที่ 9 มกราคม 1324 "มาร์โค โปโลก็สิ้นใจอย่างสงบจบตำนานนักสำรวจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก"
.........................