....

One Piece วันพีช เซนโทมารุ Sentoumaru ★ 戦桃丸 (せんとうまる

ฉายา ผู้คุ้มกันหมายเลข 1(world-class guard)
-  ชายที่ปากแข็งที่สุดในโลก
สังกัด ศูนย์บัญชาการใหญ่รัฐบาลโลก (World Goverment )
ประจำ หน่วยวิทยาศาสตร์กองทัพเรือ (Command of marines; Scence Unit)
อายุ ประมาณ 28 ปี 
 - เกิด 10 มีนาคม
ส่วนสูง 167 cm. 
เรือ เรือทหาร (Marine Ship) 
ตำแหน่ง  ทหารเรือนาวาเอก(Captain)
- บอดี้การ์ดของ Dr.เบกาพังค์ "หน่วยจู่โจมกองงานวิทยาศาสตร์"
ผลปีศาจ ---
อาวุธ ขวานเหล็กขนาดใหญ่(broadaxe)
- Busoshoku Haki ฮาคิแห่งเกราะและการทะลวง
ลูกน้อง  แปซิฟิสต้า(Pacifista)
เผ่าพันธ์ มนุษย์

"ฉันคือชายที่ปากแข็งที่สุดในโลก อย่าคิดจะมาหรอกถามซะให้ยาก
ถ้าข้องใจอะไร ก็จงถามมา.?.... ! .......
กล่าวโดย เซนโทมารุ

            เซนโทมารุ(Sentoumaru)ชื่อของเค้าเขียนด้วยคันจิที่มีความหมายว่า "ลูกท้อ" ซึ้งเป็นที่มาของโมโมทาโร่ มีรูปร่างภายนอก ที่อ้วน ตัวใหญ่แต่แข็งแรงคล้ายนัก ซุโม่ของญี่ปุ่นมีใบหน้าและทรงที่ดูเหมือนเด็กแต่มีรอยแผลเป็นที่บนใบหน้าขนาดใหญ่ข้างตาซ้าย สวมใส่เสื้อผ้าที่ประกอบด้วยสีแดง ขาว และน้ำตาลเป็นหลักคากเชือกในแบบประเพณี โยโกสุนะ(นักซูโม่)และด้วยหน้าที่บอดี้กาดของเขาทำให้เขามีนิสัยเคร่งขรึมแต่จริงจังในการต่อสู้
    - ชื่อของเซนโทมารุ มีคำหนึ่งในตัวคันจิญี่ปุ่น 桃 ที่มีความหมายเดียวกับชื่อ kintaro
    -  สัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนเสื้อสีแดงของเซนโทมารุนั้นเป็นแบบเดียวกับกลองของเอเนลนั่นคือ โทโมเอะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ดั่งเดิมทางศาสนาพุทธของญี่ปุ่นหมายถึงวัฐจักร เป็นสัญลักษณ์แบบดั่งเดิมของโอกินาว่า เขาโคย่าและนิกายชินเกน
.........................
  【】  เปิดตำนานนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น กับการพจญภัยของ คินทาโร่ จอมพลัง - Kintaro ภาค 1  【】 


 


เซนโทมารุ - Sentoumaru
 "มนุษย์ทุกคนเมื่อแรกเกิด..ทุกคนล้วนเป็นคนดีและขาวสะอาด
แต่เมื่อเติบใหญ่ เส้นทางชีวิตที่เลือกจะเป็นตัวกำหนดความชั่ว ดีของคนๆนั้น"           

              เซนโทมารุจอมพลังแห่งกองงานวิทยาศาสตร์ เค้าทำหน้าที่เป็นหน่วยคุ้มกันพิเศษลับขึ้นตรงต่อรัฐบาลโลกควบคุมเหล่า แปซิฟิสต้าจำนวนมากที่ถูกสร้างโดย ด็อกเตอร์เบก้าพังปรากฏตัวครั้งแรกที่หมู่เกาะซาบอดี้ พร้อมกับคิซารุและ แปซิฟิต้า PX-1 ถึง PX-4 เค้ามักจะพูดเสมอว่าเค้าคือชายที่ปากแข็งที่สุดในโลกซึ้งจะไม่ยอมพูดอะไรหาก ถูกบังคับแต่ถ้าถามมาก็มักจะตอบทุกคำถามความแข็งแกร่งของเค้านั้นช่างน่า กลัวทั้งร่างกายที่แข็งแกร่งและ ผ่ามือที่เรียกว่า ท่วงท่าไร้อาวุธ(Ashigara Dokkoi) ซึ้งสามารถหยุดการโจมตีทุกชนิดได้
           ปรากฏตัวครั้งแรกโดยเห็นเค้าเฝ้ามองการตายของเดวิง ไดแอสซึ่งเค้าเห็นว่าสมควรตายแล้วเพราะเส้นทางการเป็นโจรสลัดสุดท้ายก็ต้องจบลงแบบนี้ทุกคนหลังจากนั้นเค้าแสดงตัวพร้อมกับหุ่นแปซิฟิต้าอีก 4 ตนเข้าจับกุมเหล่าบรรดาลุกกี้ที่มารวมตัวกัน โดยเค้ามุ่งเป้าไปที่ลูฟี่เพียงคนเดียวเพราะได้รับคำสั่งให้จับเป็นให้ได้จากข้อหาลบหลู่มังกรฟ้า่ในช่วงแรกลูฟี่ไม่อาจทำอันตรายร่างกายของเซนโทมารุได้เลยนั้นเพราะในขณะนั้นเซนโทมารุใช้พลังฮาคิแห่งเกราะป้องกันตัวเองอยู่  หลังจากนั้นได้รับการเลื่อนยศให้เป็นร้อยเอกและถูกเรียกให้ไปรายงานตัวในฐานะทหารที่ศูนย์ใหญ่มารีนฟอร์ด เพื่อรับมือกับศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน โดยเค้าได้รับหน้าที่ให้ควบคุม แปซิฟิต้ากว่า 20 ตัวเพื่อเข้าหยุดกลุ่มของโจรสลัดหนวดขาวและพันธมิตรโดยช่วงหนึ่งเพื่อทำผลงานให้เป็นที่ประจักจึงพยายามที่จะจัดการกับลูฟี่ที่ผ่านมาในบริเวณนั้น แต่ก็เข้าไม่ถึงตัว ถูกโบอา แฮนค็อก เข้ามาขวางไว้จนเกิดการต่อสู้กันขึ้น แต่ด้วยฝีมือที่อ่อนกว่าทำให้ต้องโดยแปซิฟิต้าไปหลายตัวจาก ฝีมือของโบอา แฮนค็อก จนกระทั่งสิ้นศึก เซนโทมารุและเหล่าแปซิฟิต้าถูกเรียกตัวกลับกองงานวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้ ในการปรับปรุงหุ่นแปซิฟิต้าให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
.................................


【】 นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว【】 
      เปิดตำนานนิทาน คินทาโร่จอมพลัง - Kintaro ภาค1

              คินตาโร่   KINTARO ...ผู้มีพลังมหาศาล บทนำเรื่องคินตาโร่ เป็นนิทานที่มีชื่อเสียงมากไม่แพ้ " โมโมตาโร่ หรือเจ้าหนูลูกท้อ " เป็นนิทานของเมืองตำบะ ที่เล่าสืบต่อกันมาว่าที่ ภูเขาโอเอยาม่า นั้นได้มียักษ์ร้ายชื่อ "จูเต็นโดชิ" อาศัยอยู่ แต่ได้โดนปราบลงด้วยฝีมือของ "ซากาตะ โนะคิน" ซึ่งในตอนนั้นเขายัง อยู่ในวัยเด็กเสียด้วย เล่าว่าเด็กคนนี้มีพลังและแข็งแรงมาก และเมื่อ " ซากาตะ โนะคิน " ผู้นี้ได้เจริญเติบโตขึ้นก็ได้เป็นขุนนาง อยู่ในสมัยของ " มินาโมโต้ โนะ โยริมิซึ " ซึ่งเป็นสมัยที่มีลงในเรื่องจริงในหนังสือประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นสมัยหนึ่ง ราว ๆก่อน สมัย " เอโดะ "...ซึ่งเป็นสมัยสุดท้ายก่อนสมัยปัจจุบันนี้

จอมพลังคินทาโร่ - Kintaro
                  กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วที่ภูเขา " อาชิการา ยาม่า " นั้นมีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ " คินตาโร่ " อาศัยอยู่ท่ามกลางป่า เขาลำเนาไพรอันโดดเดี่ยว " คินตาโร่ " เป็นเด็กที่ประหลาดมาตั้งแต่กำเกิด หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเกือบจะ มหัศจรรย์เด็กเลยก็ว่าได้ เพราะว่า " คินตาโร่ " นั้นจะมีพลังอันมากมายมหาศาล และแข็งแรงอย่างน่าทึ่งจนเกือบจะเรียกว่าเหลือเชื่อ ด้วยเขาต้องอาศัยอยู่กลางป่าที่ไร้ผู้คน ดังนั้นเขาจึงจะมีแต่เพื่อน ๆที่เป็นสัตว์ป่าทั้งหลายที่อยู่ ในป่าเป็นเพื่อนเล่นแทนมาตลอดตั้งแต่ตอนเล็ก ๆ ดังนั้นเรื่องห้อยโหนโจนทะยานแล้วน่ะหรือ ไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะเขาน่ะจะได้รับการยกย่องว่าจัดอยู่ในอันดับหนึ่งของป่าเลยทีเดียวก็ว่า ได้ " คินตาโร่ " ได้อาศัยอยู่กับพ่อและ แม่ ซึ่งพ่อของ" คินตาโร่ " นั้นมีอาชีพเป็นคนตัดไม้ และหาของป่า ทั้งสามอยู่กันมาในท่ามกลางป่าเขาอันโดดเดี่ยว ก็จริง แต่พวกเขาก็อยู่กันอย่างมีความสุขมาตลอด แต่แล้วก็เกิดเหตุร้ายขึ้นมาในวันหนึ่งเข้าจนได้ เมื่อพ่อของเขา ได้ ออกป่าไปตัดไม้ตามปกติและได้โดนหมียักษ์ตัวหนึ่งฆ่าตายเสีย                " คินตาโร่ " ต้องเสียใจกับการจากไปของพ่อของเขามาก และได้กำหนดเอาไว้ในใจด้วยความแค้นอย่างที่สุดและ ประกาศบอกกับสัตว์ป่าที่เป็นพวกพ้องและบริวารว่า " สักวันหนึ่งเถอะ ข้าจะต้องทำการแก้แค้นให้กับพ่อของข้า ให้จงได้...อ้ายหมีบ้าเอ้ย อย่าให้ข้าหาพบเลยทีเดียว ดูซิมันมาทำกับพ่อของข้าจนตายเลยนะนี่ " และจากนั้น เมื่อไม่มีพ่อแล้ว " คินตาโร่ " จึงจำต้องรับหน้าที่และทำงานเป็นคนตัดไม้เสียแทน แล้วตอนนั้นเขายังไม่ทันที่จะ โตยังเป็นเด็กอยู่เสียอีกด้วย แต่เขาก็ไม่ได้ย่อท้อและยังสามารถทำหน้าที่ได้ดี หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเกือบจะดีเกิน หน้าพ่อของเขาเสียอีกเพราะพลังอันมหาศาลของเขานั่นแหละ วันหนึ่ง " คินตาโร่ " กับพวกเพื่อน ๆ สัตว์ป่าทั้ง หลายได้ออกไปตัดไม้ตามหน้าที่ตามปกติ ที่ในป่าลึกแห่งหนึ่ง

                  แล้วในขณะที่" คินตาโร่ " กำลังตัดไม้อยู่อย่างเพลิดเพลินนั้น ก็ได้มีหมีตัวใหญ่มากตัวหนึ่ง โผล่หัวออกมาจากหลัง ต้นไม้ แล้วมันก็ตรงเข้ามาหมายจะทำร้าย" คินตาโร่ " ทันที มันร้องขู่คำรามด้วยเสียงอันดัง " ก้าววว์ " แต่" คินตาโร่ " นั้นหาที่จะกลัวไม่ และได้ตรงเข้าจับเจ้าหมียักษ์ตัวนั้น ยกขึ้นมาเทินไว้บนหัวทั้งตัวเลยทีเดียว ด้วยพลังอัน มหาศาลของเขา แล้วทันใดก็จับทุ่มลงไป จนมันต้องลงไปนอนกองอยู่กับพื้นอย่างไม่เป็นท่า " อ้อ...เอ็งเอง ใช่ ไหม? ที่ฆ่าพ่อของข้าฆ่าตายน่ะ อ้ายหมีบ้า...วันนี้แหละเป็นวันล้างแค้นให้กับพ่อของข้าและวันตายของเอ็งอย่าง แน่นอน เตรียมตัวตายได้แล้ว อ้ายหมีใจร้าย " เขาตะโกนก้องแล้ว " คินตาโร่ " ก็ยังจะตรงเข้าไปจับหมีตัวนั้นยกขึ้น ทุ่มจนกลิ้งไปกลิ้งมาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความแค้นไม่ยอมหยุดเลยทีเดียว
                  แล้วในขณะที่เจ้าหมียักษ์ตัวนั้นกำลังสะบักสะบอม จนลงไปนอนหมอบนิ่งอยู่ในขณะนั้น ก็ได้เกิดมีเสียงหนึ่งดัง ขึ้นมาขัดจังหวะว่า " เดี่ยวก่อน โปรดหยุดก่อนเถิด ท่านผู้มีพลังอันมหาศาล กรุณาหยุดฟังก่อน อย่าได้ฆ่าแม่ ของข้าเสียเลย " มันเป็นเสียงของลูกน้อยของหมียักษ์ตัวนั้นนั่นเอง ที่วิ่งออกมาจากที่ซ่อน ลูกหมีตรงเข้าไปร้อง ขอและอ้อนวอนกับ" คินตาโร่ "ว่า " ที่จริง ๆแล้วที่ตรงบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยและซ่อนตัวของเราสองแม่ลูก แต่พ่อ ของท่าน จะมาทำร้ายและหมายจะจับตัวข้า แม่ของข้าเลยจำต้องทำการต่อสู้เพื่อปกป้องคุ้มครองชีวิตให้ข้าเพียง เท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจหรือหมายที่จะฆ่าพ่อของท่านให้ต้องตายไปอย่างนั้นจริง ๆ ฮื่อๆๆ...โปรดไว้ชีวิตแม่ของข้าด้วย เถิด...อย่าฆ่าเสียเลย เอาแค่สั่งสอนแค่นี้ก็พอเถอะท่าน" " คินตาโร่ " เมื่อได้ฟังเรื่องราวและรู้ถึงความจริงทั้งหมด แล้ว ก็พูดกับลูกหมีตัวนั้นว่า " อ้อ...ถ้าอย่างนั้น พ่อของข้าก็ไม่ดีเองแหละ..ข้าเข้าใจแล้ว " ด้วย" คินตาโร่ " เป็น เด็กที่มีจิตใจงดงามและมีความเมตตาสูง รู้ผิดรู้ถูก จึงตกลงใจยอมให้อภัยและละการฆ่าแม่หมีตัวนั้นเสียโดยทันที 

                   หมียักษ์ตัวนั้นจึงรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด มันสองตัวแม่ลูกจึงออกปากขอเป็นบริวารด้วย ดังนั้นจึงด้วย ประการละฉะนี้ " คินตาโร่ " เด็กน้อยจึงได้มีพวกและบริวารเพิ่มขึ้นมาอีก ตั้งสองตัวเสียด้วยคือหมีแม่ลูกคู่นั้น ไปตามระเบียบ...และเมื่อแค้นที่ต้องชำระนั้นได้จางหายไป เด็กน้อยผู้ใจดี" คินตาโร่ " จึงหันมาแบ่งข้าวปั้นที่ แม่ได้ปั้นเอาไว้ให้เขา และพวกพ้องบริวารรวมทั้งหมีแม่ลูกสองตัวนั้นด้วย กินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ เมื่อจัด การกับเข้าปั้นเสร็จแล้ว " คินตาโร่ " ก็หันกลับมา ตัดไม้ทำงานตามหน้าที่ของเขาต่อไป เมื่อตัดไม้ได้มากพอแล้ว เขาก็ได้เอามามัดรวมกัน แล้วเอาไปผูกติดไว้บนหลังของแม่หมี แล้วได้เดินทางไปขายไม้นั้นที่ในเมืองตามปกติ                 ในวันรุ่งขึ้น " คินตาโร่ " ได้กำหนดให้มีการเล่นลองพลังเล่น " ซูโม่ " กันในหมู่สัตว์ทั้งหลาย และรวมทั้งต้องการ ให้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับสมาชิกใหม่คือหมีสองแม่ลูกด้วยไปในตัว คู่แรกที่ออกมาประจันหน้าประลองฝีมือกันนั้น ก็เป็น " หมีทานุคิ กับกระต่าย " " โย้ย โย้ย โน โค๊ด ตะ , โน โค๊ด ตะ " กระต่ายส่งเสียงร้องแล้วพรุ่งตรงเข้าใส่ " หมีทานุคิ " ให้เป็นพันละวัน แต่ก็ได้โดนเจ้า" หมีทานุคิ " จับยกขว้างกระเด็นออกไปจากนอกวงกลมที่เป็นเส้น ตัดสินพลังที่ทำขึ้นมาจากดอกไม้สีต่าง ๆ ไปเสียอย่างง่ายดาย...  
             คู่ต่อมาทีนี้เป็นคู่เอกคือ " คินตาโร่ กันหมียักษ์ตัวแม่ " ซึ่งเป็นคู่เอกของงานและถึงแม้ว่าหมียักษ์นั้นจะมีพลัง มากมายมหาศาลแค่ไหน ? ก็ไม่มีทางที่จะเอาชนะพลังอันมหาศาลเหมือนผีบ้าของ " คินตาโร่ " ไปได้อย่าง แน่นอน...เพราะเขาได้จับหมียักษ์ตัวนั้นขว้างทุ่มจนกระเด็นออกไปจากวงกลมเส้นตัดสินพลังได้อย่างไม่เป็นท่า... และสวยงาม เมื่องานเลี้ยงลองวัดพลังนั้นได้จบลงแล้ว ทีนี้ก็มีอาหารอร่อย ๆที่แม่ได้ทำเตรียมไว้มากมายนั้น ได้ ถูกลำเลียงออกมาและตั้งคอยอยู่..หมียักษ์สองแม่ลูกเมื่อได้รับการต้อนรับที่แสนจะอบอุ่นอย่างนั้นเข้า ก็ตกลงใจ อย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆเลยทั้งสิ้น ยอมเป็นบริวารและตกลงใจอาศัยร่วมอยู่เป็นพวกพ้องร่วมกันตลอดมาจากนั้น
                วันนี้เป็นคล้ายวันเกิดของแม่..." คินตาโร่ " ได้ตั้งความหวังและคิดไว้ว่า อยากจะให้แม่ได้กินปลาซึ่งเป็น อาหารที่แม่โปรดและชอบมากที่สุด ...ในวันนั้น " คินตาโร่ " จึงได้ถือคันเบ็ดที่ตกปลา มาที่แม่น้ำตั้งแต่เช้ามืด เมื่อมาถึงแล้ว เขาก็ได้โยนไม้เบ็ดลงไปในน้ำ แล้วพอเวลาได้ผ่านมาสักครู่ ก็ปรากฏว่าได้มีปลาฮุนะตัวใหญ่ว่าย เข้ามาติดเบ็ดของเขา และด้วยความดีใจ เขาจึงค่อย ๆดึงไม้เบ็ดที่ติดปลานั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ เพราะด้วยไม่อยาก ให้ไม้เบ็ดนั้นหัก เพราะปลาตัวนั้นมีขนาดใหญ่มาก ปลาฮุนะเมื่อถูกโดนดึงให้ขึ้นมาจากน้ำเข้าอย่างนั้น ก็ดิ้นและ พยายามจะว่ายหนีอยู่ได้สักพัก และในที่สุดก็ไม่อาจที่จะเอาชนะพลังอันมหาศาลของ " คินตาโร่ " ไปได้ จึงโดน ยกขึ้นมาตามเบ็ดจนอยู่เหนือน้ำขึ้นมาเรื่อย ๆ " คินตาโร่ " ให้เป็นสุดแสนที่จะดีใจที่ตกได้ปลาตัวใหญ่อย่างนั้น

                แต่ในขณะที่ปลากำลังจะโดนดึงขึ้นมาจนถึงบนบกอยู่รอมร่อ ๆ อยู่แล้วนั้น ฉับพลันทันใด...ก็เกิดเสียงดังขึ้นและ เป็นผลทำให้น้ำนั้นแตกกระจายและแหวกออกเป็นทาง แล้วตรงนั้นก็ได้มีปลาโค้ย ( ปลาเก้า ) ยักษ์ตัวใหญ่มากตัว หนึ่งกระโดดตามสายเบ็ดที่มีปลาฮุนะ ที่" คินตาโร่ " ตกได้นั้น ตามติดขึ้นมาติด ๆ แล้วทันทีทันใดนั้นมันก็ได้ฮุบเอา ปลาตัวสำคัญของ" คินตาโร่ " กินเข้าปากไปอย่างหน้าด้าน ๆ เมื่อฮุบได้ปลาแล้วมันก็กระโดดกลับลงน้ำและหนีหาย ไปในทันที..." โอ้ย อ้ายปลาโค้ยบ้า...มาโขมยปลาของแม่ข้าไปได้อย่างหน้าด้าน ๆ เลยดูซิ " " คินตาโร่ " พูดไม่พูด ปล่าวยังแถมกระโดดตามลงน้ำเสียงดังตูม น้ำอย่างนี้แตกกระจายเลยทีเดียว และว่ายตามปลาโค้ยตัวนั้นไปติด ๆ เลยหละ
                   เมื่อว่ายตามมาได้สักพักเมื่อตามกำลังจะทันถึงตัว เจ้าปลายักษ์ตัวนั้นพอมันรู้ตัวว่าได้มีเจ้าของปลาที่มันไป โขมยกินมานั้นได้ตามมันมาเข้าเท่านั้น มันจึงได้ว่ายหันหัวกลับมาประชันหน้าหมายจะต่อสู้ทันที.... แล้วมันยัง พูดแบบจองหองด้วยอีกว่า " อ้ายเด็กบ้ายังจะตามมาตื้ออีกหรือนี่ ! " พูดแล้วยังไม่พูดปล่าวมันยังอ้าปากอันใหญ่ มหึมาของมันขึ้นหมายฮุบเอา " คินตาโร่ " เอาเข้าปากกินเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ขอโทษที..มันน่ะยังจะช้าไป เพราะ" คินตาโร่ " ด้วยความไวได้เอาไม้เบ็ดที่ถือติดมือตอนกระโดดลงน้ำมาด้วยนั้น จับโน้มจนเป็นรูปวงกลมแล้ว จับยัดใส่ลงไปในปากของเจ้าปลายักษ์ตัวนั้นให้อย่างเต็มเปาและเต็มลักเลยทีเดียว... 

                เจ้าปลาโค้ยยักษ์ตัวนั้นด้วยความตกใจจึงคิดที่จะว่ายหนี แต่ก็ได้โดน " คินตาโร่ " กระโดดขึ้นขี่หลังเข้าให้ทันที แล้ว ทันใดนั้น " คินตาโร่ " ก็ใช้กำปั้นของเขาต่อยเข้าให้ด้วยอีกหลายหมัด จนหัวของปลายักษ์ตัวนั้นปูดขึ้นจนโนหลาย โนเลยหละ เรียกว่ากลายเป็นดับเบิ้ลโนเลยจริง ๆ มันจึงร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดอย่างมาก " โอ้ย...เจ็บ ๆๆ พอ เถอะ ๆ ข้าเจ็บแล้ว..และก็ขอโทษด้วยที่ไปอาจหาญโขมยปลาตัวนั้นของท่าน...ฮื่อ ๆๆ " " คินตาโร่ " เมื่อเห็นปลา โค้ยยักษ์ตัวนั้นมันดูจะสำนึกได้จริงอย่างที่มันพูดบอกแน่ ๆ ก็เลยยอมให้อภัยเสีย...ปลาโค้ยยักษ์จึงตอบแทนน้ำใจ ให้ด้วยการพาคินตาโร่ไปจับปลาฮุนะที่เขาต้องการที่จะเอาไปให้แม่นั้น จับให้อย่างมากมายเลยทีเดียว ปลาฮุนะมากมายที่เจ้าปลาโค้ยยักษ์ตอบแทนมาให้นั้น พวกบริวารต่าง ๆ ของคินตาโร่ได้นำมาช่วยกันผูกใส่เชือก รวมกัน แล้วเจ้าลิงที่เป็นสมุนตัวเอกก็ได้ปีนขึ้นไปบนภูเขา และได้ไปเก็บผลละหมากรากไม้ที่แสนอร่อยมาให้อีก มากมาย แล้วคินตาโร่กับพวกพ้องก็ได้เดินทางกลับมาที่บ้าน...แล้วงานสังสรรฉลองวันเกิดให้กับแม่ก็ถูกจัดขึ้นมา ในท่ามกลางระหว่างหมู่สัตว์ต่าง ๆ ที่เป็นบริวารของคินตาโร่กันอย่างสนุกสนานและมีความสุข