....

One Piece วันพีช เซอร์ครอกโคไดล์_Sir.Crocodile ★クロコダイル

WANTED 7 เทพโจรสลัด Sir. Crocodile 
ฉายา ราชาแห่งทะเลทราย (King of The Desert)
- เจ้าจระเข้ทราย
ค่าหัววันพีช  81,000,000
อายุ 44 ปี
- เกิด 5 กันยายน
ส่วนสูง
253 cm.(8ฟุต.3นิ้ว.)
เรือ 
เดอะ ฟูล(The Full)  

ตำแหน่ง 1 ใน 7 เทพโจรสลัด(Shichibukai)
-  Mr.0 บอสใหญ่องค์กรอาชญากรรมบาล็อกเวิร์ค
ลูกเรือ  กลุ่มบาล็อกเวิร์ค  
ผลปีศาจ  ซูนะซูนะ (Suna Suna)สายโรเกีย
ผลทราย : เปลี่ยนร่างกายเป็นทราย ดูดน้ำจากวัตถุและสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้

ธาตุปฏิปักษ์-จุดอ่อน  แพ้น้ำหรือผลน้ำ(โทโร โทโร่) 
อาวุธ  ดาบที่ทำจากธาตุทราย ใบมีดทะเลทราย(Desert Spada)
 -   ตะขอติดพิษแมงป่องทะเลทราย(HOOK-scorpion venom)
เผ่าพันธุ์ มนุษย์
-  บอสใหญ่เดอะมูฟวี่ 8 - ตำนาน 7 เทพโจรสลัดผู้แข็งแกร่ง (ฺBig Boss Movie 8) 
ปรากฏตัวใน  One Piece The movie 8 - Episode of Alabasta: The Desert Princess and the Pirates  : ออกฉาย 3 มีนาคม 2007
- วันพีชเดอะมูฟวี่ 8 : การผจญภัยกับเจ้าหญิงแห่งทะเลทรายบนอาณาจักรอลาบาสต้า

"การใช้พิษ...มันก็เหมือนแบบที่โจรสลัดทั่วไปเค้าใช้กัน
มันเป็นการเดิมพันด้วยชีวิตว่าใครจะอยู่รอด...
ไม่มีใครว่าใครว่าใช้วิธีที่ขี้ขลาดตาขาว 
เพราะนี่คือการตัดสินครั้งสุดท้าย..!.."
กล่าวโดย เซ้อร์ คร็อกโคไดล์

              เซ้อร์ ครอกโคไดล์(Sir. Crocodile) เป็นตัวละครที่มีลักษณะเหมือนดั่งเป็นต้นแบบโจรสลัดในสมัยโบราณ หยิ่งทรนง มีมือที่เป็นตะขอ หน้าบากและสูบซิก้่า(ขาดเพียงตาบอดข้างเดียว) โหดเหี้ยม ปริ้นปรน ไม่มีความจริงใจให้ใคร  มีลูกน้องมากมายที่พร้อมจะสละทิ้งได้ทุกเมื่อ ความแข็งแกร่งในฐานะ 1ใน12 ผู้ใช้ผลปีศาจสายโรเกีย(ในอนาคตอาจมีมากกว่านี้)จ้าวแห่งทะเลทรายไม่มีขอบเขตในการใช้พลังสามารถฆ่าคนทั้งเมืองได้ในพริบตาเป็นพลังที่ ช่างร้ายกาจและมีท่าไม้ตายมากมายพร้อมต่อกรกับทุกคนในโลกไม่เว้นแม้แต่ระดับนายพลรัฐบาลโลก
        - 7 เทพโจรสลัดถูกกล่าวขวัญกันว่าเป็นดั่งอัศวินทั้ง 7 แห่งท้องทะเลหรืออีกนัยหนึ่งอาจถูกเปรืยบเป็นเงาของบาปทั้ง 7  ที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคน
       Crocodile ถูกเปรียบเป็น ตะกละ(gluttony) สัญลักษณ์ของตะกละคือ อีกาที่กินไม่เลือก สีประจำบาปคือสีส้ม : ความต้องการที่มากจนขาดความยั้งคิด มุ่งร้ายเอาของคนอื่นโดยไม่เลือกวิธีขอเพียงให้ได้มาในสิ่งที่ตนต้องการ
............................
【】 เปิดตำนานบาปแห่งการ แย่งชิง(GLUTTONY) กิเลศของความต้องการ ไม่สิ้นสุด ภายใต้บัญชาจากจอมมารแมลงวัล Beelzabub - จ้าวแห่งการทำลายล้าง【】
 
http://pirateonepiece.blogspot.com/2010/02/wanted.html








               เซอร์คร็อกโคไดล์ราชาแห่งทะเลทราย เป็นผู้มีความสามารถในการใช้  ผลไม้ปีศาจ ซูนะซูนะ: SunsSuna หรือ Sand Sand  ผลทราย มีความสามารถควบคุมทรายและเปลี่ยนรูปร่างได้ตามความต้องการ  ความสามารถจากผลไม้ปีศาจชนิดนี้ถูกกล่าวจากคร็อกโคไดล์เกี่ยวกับความชำนานในการใช้ว่า "ผลไม้ปีศาจทุกชนิดล้วนร้ายกาจในตัวมันเองขึ้นอยู่กับผู้ครอบว่าจะใช้มันยังงัย" ซึ่งเค้าก็สามารถใช้ผลทรายที่เค้ามีได้อย่างเชี่ยวชาญ พลิกแพลงและหลากหลายจนเมื่อครั้งแรกที่ปรากฏมันทำให้ดูเหมือนกับว่ามันช่างไร้เทียมทานเหลือเกิน โดยเค้าสามารถแปลสภาพร่างกายของตนให้เป็นเม็ดทรายเพื่อใช้ในการหลบหลีกการโจมตีและใช้ในการเคลื่อนที่ไปตามกระแสลมและสามารถใช้ทรายที่ตัวเองสร้างขึ้นโจมตีศัตรูด้วยการสร้างเป็นรูปแบบอาวุธหรือพายุทรายที่มีขนาดใหญ่เพื่ออำพลางการโจมตีนอกจากนี้ด้วยร่างกายที่เป็นทรายทุกสิ่งที่เค้าสัมผ้ัสจะถูกดูดน้ำออกไปจากร่างกายทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตโดยจะเหลือไว้เพียงเศษซากที่สลายกลายเป็นผง
       จุดอ่อน : ความสามารถในการการดูดน้ำออกจากวัตถุนั้นไม่สามารถดูดออกจากเหล็กหรือโลหะได้ และแพ้ของเหลวทุกชนิดที่ทำให้ทรายรวมตัวจับกันเป็นก้อนได้เช่น น้ำ เลือดหรือน้ำผึ้ง

เดอะคร็อกโคไดล์ - The CROCODILE
"เอาแต่พูดว่าจะทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่แต่ไม่ลงมือทำ........
แล้วเมื่อไหร่มันจะยิ่งใหญ่ดังที่พูดไว้ซะที..!..."    

             ดำรงตำแหน่งเป็นถึง 1 ใน 7เทพโจรสลัด(The Shichibukai) ที่ปรากฏตัวออกมาต่อจากมิฮ็อค ตาเหยี่ยวและเป็นการแสดงถึงความยิ่งใหญ่ และ สุดจะร้ายกาจของผู้ใช้ผลปีศาจสายโรเกีย และจากความสามารถที่เค้ามีทำให้เค้าดู เย่อหยิ่งอยู่เสมอแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันเพียงใดก็ยังคงยิ้มเยาะศัตรูอยู่ตลอด
             เซอร์ ครอกโคไดล์เป็นบอสใหญ่องค์อาชญากรรมลับบาล็อก โค๊ดเนมของเขาคือMr.0 โดยองค์กรของเค้ามีเป้าหมายหลักในการครอบครองดินแดนแห่งทะเลทราย อาราบัสต้า ดำเนินการอย่างมีแบบแผนและขั้นตอนสมาชิกในองค์กรช่างมากมายล้วนแล้วแต่มี ความสามารถแต่ท้ายที่สุดก็ต้องพ่ายให้แก่ ลูฟี่แห่งกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง ซึ่งถึงแม้ว่าการต่อสู้ในครั้งนี้เค้าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แต่ก็เป็นการแพ้ให้กับพระเอกของเรื่องซึ่งก็ต้องแพ้เป็นเรื่องธรรมดา  แต่ในภายหลังยังคงมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ช่วย ลูฟี่ต่อสู้โดยต้องรับมือกับศัตรูที่ร้ายกาจอีกหลายคนซึ่งทำให้เห็นว่าเค้าไม่เป็นรองใครเลยแม้แต่พลเอกของพวกทหารเรือ   แต่ก็ยังคงมีปริศนาเกี่ยวกับอดีตของเขาอีกมากให้เราได้ติดตามกันต่อไป

7 เทพครอกโคไดล์ - Crocodile
                ปรากฏตัวครั้งแรกบนอาณาจักรอาราบัสต้าโดยเค้าถูกแต่งตั้งให้เป็นท่านเซอร์ใน อลาบาสต้า เนื่องจากราชาอาณาจักรนี้เข้าใจว่าเขาเป็นผู้ทำคุณงามความดีและร่วมช่วยดูแลปกป้อง อาณาจักรจากพวกโจรสลัดที่เข้ามารุกรานแต่ แท้จริงเป็นหัวหน้าขององค์กรอาชญากรรมลับ บาล็อกเวิร์คส์ โดยใช้นามแฝงว่า มิสเตอร์ซิโร่ มีจุดประสงค์ไม่ดีต่อราชอาณาจักรแห่งทะเลทรายแห่งนี้ แต่แล้วแผนการทั้งหมดก็ถูกเปิดโปงโดยฝีมือของเจ้าหญิงวีวี่และกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางทำให้พระราชารู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของ มิสเตอร์ ซีโร่ที่เป็นถึง 7เทพโจรสลัดที่คิดจะยึดครองอาณาจักรแห่งนี้ แต่ถึงแม้ว่าจะรู้จุดประสงค์ของคร็อกโคไดล์และพยายามบอกให้ประชาชนทราบแต่ก็ถูกขัดจาก บอสนัมเบอร์ที่มีพลังจากผลปีศาจทำให้พวกลูฟี่ต้องเข้าร่วมกับศึกในครั้งนี้ด้วย โดยลูฟี่ต้องรับภาระหนักในการเป็นคู่ต่อสู้ให้กับคร็อกโคไดล์ซึ่งในช่วงแรกคร็อกโคไดล์ดูเหมือนจะเป็นต่อลูฟี่อยู่มากแต่ด้วยแรงใจที่แข็งแกร่งของลูฟี่ทำให้คร็อกโคไดล์ต้องพ่ายแพ้และถูกจับ
                หลังจากคร็อกโคไดล์พ่ายแพ้ทำให้แผนการร้ายทั้งหมดถูกเปิดโปงออกมาทำเค้า ถูกปลดออกจากตำแหน่งเจ็ดเทพโจรสลัดและถูกรัฐบาลจับกุมโดยให้เป็นผลงานของนาวาเอก สโมกเกอร์ โดยถูกตัดสินให้ถูกขังคุกไปตลอดชีวิตและถูกส่งตัวไปยังคุกนรกอิมเพลดาวน์ที่มีการคุ้มกันแน่นหนาที่สุดในโลก


......................................

【】นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว【】
        เปิดตำนานบาปร้ายแรงของการแย่งชิงภายใต้บัญชาจากจอมมาร เบลเซบับ Beelzabub - จอมมารแมลงวัล

                บาป 7 ประการ  เป็นหลักคำสอนของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิคใน อดีตกาล ให้มนุษย์ไม่ทำตามสัญชาตญาณของตนมากจนเกินไป ทางศาสนาคริสต์ได้แบ่งบาปออกเป็น 2 ประเภทคือ แบบที่สามารถยกโทษให้ได้ และ แบบรุนแรง ในต้นศตวรรษที่ 14 หลักคำสอนนี้เป็นที่นิยมในหมู่ศิลปิน (หรือแม้กระทั่งในปัจจุบัน) ผลงานศิลปะมากมายที่สื่อถึงบาป 7 ประการแพร่ไปทั่ววัฒนธรรมต่างๆทั่วโลก

5/ ตะกละ (ภาษาละติน: gula กูลา ; ภาษาอังกฤษ: gluttony)
            การสนองความต้องการโดยไม่ยั้งคิด มุ่งร้ายเอาของคนอื่น ต้องการครอบครองสิ่งที่คนอื่นมีมากกว่าที่ตนเองมี ต้องการมากจนเกินความจำเป็น รวมถึงความไม่รู้จักพอในการกิน การทำสิ่งใด โดยไม่คำนึงสนใจ หรือเห็นใจคนอื่น ทำให้เวลาสรรเสริญพระเจ้าน้อยลง และยังเป็นบาปที่สามารถชักจูงให้ทำบาปอื่นๆ ได้ เช่น ปรารถนาในความหิว (ราคะ) ฆ่าเพราะความหิว (โทสะ) เป็นต้น  "เบลเซบับ"ราชาแห่งแมลงวัน เป็นปีศาจประจำบาปตะกละ เนื่องจากเป็นปีศาจที่มีความตะกละอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กินไม่หยุดหย่อนและเลือกแต่อาหารดีๆ กินเท่าไรก็ไม่หมดความหิวกระหาย เป็นนิสัยที่น่ารังเกียจมากๆ หากมนุษย์คนใดถูกเบลเซบับสิงก็จะมอบชีวิตให้แก่มันด้วยการกินเท่านั้น 
            Ψ ผู้หลงในบาปข้อนี้จะถูกจองจำในนรกขุมที่ 3 (Third Circle : Gluttony) นรกขุมนี้เป็นขุมนรกสำหรับพวกหมูโสโครกที่จมปรักอยู่ในโคลนตม เป็นนรกที่สาหัสสากัณ ยิ่งยวด นั้นเป็นเพราะ ผู้ปกครองนรกแห่งนี้คือ เบลเซบับ ที่เป็นถึง 1ใน3 เจ้าชายแห่งนรกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและเคยเป็นเทวดาชั้นเซลาฟินซึ่งเป็นเทวดาชั้นสูง แต่กลับฝักใฝ่ในความชั่วจึงมาปกครองนรกแทน จึงทำให้ขุมนรกแห่งนี้มีอสูร ปีศาจรับใช้มากมายเช่น หมาสามหัวเซอเบรัสคอยเป็นหมาเฝ้ายาม และมีเหล่าสาวกปีศาจคอยกรอกน้ำโคลนที่เน่าเหม็นใส่ปาก วิญญาณมนุษย์ที่ครั้งเมื่อเป็นมนุษย์ ตะกละ กินดื่ม อย่างไม่พอดีหรือแม้กระทั้งผู้ที่ติดยาเสพติดก็ต้องชดใช้บาปอยู่ในนรกขุมนี้ทั้งสิ้น
ศีลธรรมที่ช่วยกำจัดตะกละคือ ความพอดี การยับยั้งชั่งใจ

"เบลเซบับ"ราชาแห่งแมลงวันผู้มีความต้องการไม่สิ้นสุด Beelzebub
"ข้าคือจอมปีศาจประจำเดือน กรกฏาคม
ผู้บูชาข้าจะได้รับ ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูก ไร้ซึ่งโรคภัย"

            เบลเซบับ หรือ บีเอลเซบับ (ฮีบรู: בעל זבוב‎; กรีก: βεελζεβούβ; อังกฤษ: Beelzebub) พญาแมลงวัน เป็นปีศาจตนหนึ่งในความเชื่อของคริสต์ศาสนาและกรีก เบลเซบับเป็นราชาแห่งแมลงวัน และเป็นตัวแทนของบาปตะกละ (Gluttony) หนึ่งในบาปเจ็ดประการ (Seven Deadly Sins) เป็นเทพแห่งโรคร้ายและความสกปรก มักอยู่ในร่างของแมลงวัน
           ในคัมภีร์ Gospel of Nicodemus ได้กล่าวถึงการเยือนนรกของพระเยซูเป็น เวลา 3 วันนั้น ได้ให้อำนาจปกครองนรกแก่เบลเซบับและให้มีอำนาจเหนือซาตาน (เป็นการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการโดยพระคริสต์) เพื่อแลกกับการยอมรับในตัวพระองค์ เนื่องจากซาตานนั้นเป็นผู้ต่อต้านพระเจ้า ไม่ยอมรับในตัวพระองค์ผู้เป็นพระบุตรแน่นอน และท่านยังมอบหมายให้พาตัวอดัมและนักบุญคนอื่นๆ ที่ถูกกักขังอยู่ในนรกกลับสวรรค์ด้วย (จึงมีผู้กล่าวว่าเบลเซบับยอมรับใช้พระเจ้าเพื่อขอให้พระองค์ผ่อนโทษเหมือน กับแอสโมดิวส์ แต่เบลเซบับเป็นปีศาจซุกซน เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง กลับกลอก จะเอาแน่ก็ไม่ได้ ดีร้ายเท่ากัน)               
           บางครั้ง เบลเซบับก็ปรากฏอยู่ในรูปของวัวยักษ์ หรือแพะตัวผู้ที่มีหางยาว เมื่อโกรธก็จะพ่นไฟออกมาทางปาก  คำว่า "เบลเซบับ" นอกจากเป็น "จ้าวแห่งแมลงวัน" แล้ว ยังมีอีกชื่อหนึ่ง ก็คือเป็น "จอมทำลายล้าง"

ตราเวทอัญเชิญจอมมาร Beelzabub
ร่างอวตารของจอมมาร เบลเซบับ













เบลเซบับในความเชื่อของชาวซีเรียน
              แต่เดิมนั้นเบลเซบับเคยเป็นเทพของชาวซีเรียน เป็นราชาองค์ที่สอง หนึ่งในสามเทพเจ้าแห่งเอควอน (Akron) แห่งฟิลิสเทีย (Philistia) แต่แล้วก็ได้กลายเป็นเทพฝ่ายที่ไม่ดีในสมัยของกษัตริย์ Ahaziah เมื่อนักบวชผู้หนึ่งได้บอกกับพระองค์ว่า "เมื่อใดที่ Ank (เบลเซบับ) มาเยือน เมืองนี้จะเกิดโรคร้ายระบาดไปทั่ว ผู้คนจะล้มตายนับสิบ และซากศพจะกองสูงเหนือหลังคาบ้าน" ผู้คนจึงเชื่อว่าเบลเซบับเป็นเทพแห่งโรคร้ายตั้งแต่นั้นมา  ในคาบาล่า เบลเซบับได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าของ 9 กองพลนรก
เบลเซบับในความเชื่อของคริสต์ศาสนา
          ชื่อของเบลเซบับ หรือเบเอลเซบูล (Beelzebul) ปรากฏในคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ ว่าเป็นผู้ปกครองปีศาจ หรือเจ้าชายแห่งมวลปีศาจ ดังตัวอย่างในพระธรรมมัทธิว 12:24 ถึงข้อที่ 28 ซึ่งเป็นเรื่องราวในตอนที่พระเยซูทรงรักษาคนตาบอดและเป็นใบ้ให้หาย ฟาริสีจึงกล่าวหาว่าพระเยซูนั้น ได้ใช้อำนาจของเบลเซบับในการรักษา มีใจความว่า "๒๔แต่พวกฟาริสีเมื่อได้ยินดังนั้นก็พูดว่า ผู้นี้ขับผีออกนั้นก็เพราะได้ใช้อำนาจเบเอลเซบูลผู้เป็นนายผีนั้น ๒๕ฝ่ายพระเยซูทราบความคิดของเขา จึงตรัสกับเขาว่า ราชอาณาจักรใดๆซึ่งแตกแยกกันแล้วก็คงพินาศ เมืองใดๆ ครัวเรือนใดๆ ซึ่งแตกแยกกันแล้ว จะตั้งอยู่ไม่ได้ ๒๖และถ้าซาตานขับซาตานออกมันก็แตกแยกกันในตัวมันเอง แล้วอาณาจักรของมันจะตั้งอยู่อย่างไรได้ ๒๗และ ถ้าเราขับผีออกโดยเบเอลเซบูล พวกพ้องของท่านทั้งหลายขับมันออกโดยอำนาจของใครเล่า เหตุฉะนั้นพวกพ้องของท่านเองจะเป็นผู้ตัดสินใจกล่าวโทษพวกท่าน ๒๘แต้ถ้าเราขับผีออกด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า แผ่นดินของพระเจ้าก็จะมาถึงท่านแล้ว "  
           ในมาระโก 3:22 ถึงข้อที่ 32 ได้มีพวกธรรมจารย์จากกรุงเยรูซาเล็มได้กล่าวว่าพระองค์ว่ามีพลังของเบลเซบับ เช่นกัน พระองค์จึงตรัสเป็นความโดยย่อได้ว่า "ซาตานจะขับซาตานให้ออกได้ อย่างไร ถ้าอาณาจักรใดแตกแยกก็อยู่ไม่ได้ หากต่อสู้กันเองก็จะไม่มีอะไรเหลือ ผู้ใดกล่าวหมิ่นประมาทพระวิญญาณอันบริสุทธิ์จะไม่ได้รับอภัยโทษจะได้รับแต่ ความพินาศย่อยยับ" และกล่าวแก่พระสาวกว่า ผู้ที่นับถือพระองค์ที่รออยู่ข้างนอกนั้น ก็คือมารดาและพี่น้องของพระองค์ เพราะพวกเขาเหล่านั้นเคารพในตัวพระเจ้า  แต่เดิม เบลเซบับนั้นเป็นเทวทูตที่ทำหน้าที่สอนมนุษย์ให้ใช้สิ่งของให้เป็นประโยชน์ รู้จักใช้สอยสิ่งของและพิถีพิถันในการเลือกอาหารการกิน แต่แล้วก็ถูกขับจากสวรรค์ ซาตานก็ได้มาเชิญชวนให้ไปเป็นพวก เมื่อเบลเซบับมาอยู่ในนรกก็ได้รู้วิธีล่อลวงจิตใจมนุษย์ เมื่อเบลเซบับถูกเรียกโดยเหล่าผู้บูชาตนแล้ว มักจะปรากฏในรูปของแมลงวัน และทุกที่ที่มันไปก็จะมีฝูงแมลงวันบินตามไปด้วย เมื่อบินไปที่ไหนก็ทำให้เกิดโรคร้าย ในความเป็นจริง แมลงวันก็เป็นพาหะนำโรคร้ายต่างๆ อยู่แล้ว เช่น อหิวาตกโรค โรคบิด ไข้รากสาด เป็นต้น การเป็นพาหะนำโรคของแมลงวันจึงทำให้เกิดตำนานความเชื่อเกี่ยวกับเบลเซบับขึ้น  
                  เบลเซบับนั้นมีความแตกต่างจากซาตาน เพราะพลังอำนาจของเบลเซบับไม่ได้มาจากการให้ของซาตาน เรียกได้ว่าเบลเซบับปกครองนรกส่วนหนึ่ง แต่เป็นคนละส่วนของซาตาน ภายหลังกระแสของซาตานดังกว่า ผู้คนจึงกล่าวว่าซาตานเป็นนายของเบลเซบับไปด้วย 
เบลเซบับกับความเชื่อของชาวเพเก้น
             ตามความเชื่อของชาวเพเก้น เชื่อกันว่าผู้ยิ่งใหญ่หรือจ้าวแห่งนรกมีอยู่ด้วยกัน 3 ตน คือ ลูซิเฟอร์ เบลเซบับ และแอสทารอส เชื่อกันว่าทั้งสามตนต้องการปกครองผืนโลกาปฐพีทั้งใบ โดยลูซิเฟอร์จะปกครองดินแดนทางเหนือและตะวันออก (หรือยูเรเซีย) เพราะเต็มไปด้วยมนุษย์ที่หยิ่งยโสเหมือนมัน เบลเซบับจะปกครองดินแดนทางใต้ (แอฟริกากับแอนตาร์กติกา) เพราะว่าเหมาะแก่การฟักตัวของโรคร้าย และแอสทารอสจะปกครองดินแดนทางตะวันตก (อเมริกาเหนือและใต้) เพราะเต็มไปด้วยมนุษย์ที่บ้าอำนาจเหมือนมัน ซึ่งแตกต่างจากซาตานที่ต้องการปกครองสวรรค์และตั้งตนเป็นพระเจ้า
.................................