....

One Piece ImpelDown ชิริว Shiryuu ★ シリュウ

MARINE SHIRYUU 
อิมเพลดาวน์
ฉายา  ชิริวแห่งสายฝน (Shiryuu of the Rain)
สังกัด  รัฐบาลโลก
-  คุกนรกอิมเพลดาวน์
อายุ 43 ปี
- เกิด 11 มิถุนายน
ส่วนสูง  198 cm
ตำแหน่ง  อดีตผู้คุมคุก อิมเพลดาวน์(Chief Jailer of ImpelDown)
-  ลูกเรือกลุ่มโจรสลัดหนวดดำ(Blackbeard Pirates)
ผลปีศาจ -----
อาวุธ ดาบ-มีความเชี่ยวชาญในการใช้ดาบสูง
กลุ่มพัสดีคุกนรก แมกเจลแลน(Magellan) ,ฮันเนียบัล(Hannyabal),ซอลเดธ(Saldeath),เซดี้ จัง(Sadi-chan)
เผ่าพันธุ์ มนุษย์แมกเจลแลน(Magellan) ,ฮันเนียบัล(Hannyabal),ซอลเดธ(Saldeath),เซดี้ จัง(Sadi-chan)

           ชิริว(Shiryuu) ชิริวแห่งสายฝนเป็นอดีตผู้คุมคุกอิมเพลดาวน์ แต่ก่อคดีร้ายแรงขึ้นโดยการฆ่า นักโทษจำนวนมากด้วยเหตุผลที่ว่า"พวกมันสมควรตาย"และด้วยความสามารถที่ยังไม่ เปิดเผยแต่ดูท่าจะร้ายกาจมากจึงถูกขังที่ชั้น 6 คุกนรกชั่วนิรันดร์(Level 6-Eternal Hell) ซึ้งเป็นชั้นที่กักขังอาชญากรสำคัญที่รอการประหารและต้องโทษตลอดชีวิต....โดยไม่มีใครรู้ว่าชิริวถูกกักขังมานานเท่าไหร่
       - ชื่อของชิริวมาจากโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่ของจีนนาม Zheng Zhilongซึ่งออกเสียงตามภาษาญี่ปุ่นว่า ชิริว(Shiryu)


ชิริวแห่งสายฝน - Shiryuu of the Rain

                  ชิริวผู้คุมจอมโหด หลังจากทำผิดกฏอย่างร้ายแรงจนถูก มาเจลลันจับขังไว้ในคุกชั้นที่ 6 เพื่อให้สำนึกผิดกับความผิดที่ตนทำไว้ยังมีโอกาศอีกครั้งที่จะกลับมาทำหน้าที่ผู้คุมอีกครั้ง แต่สำหรับชิริวเค้าไม่คิดเช่นนั้น เค้ายิ่งโกรธผู้ที่จับเค้ามาขัง ยิ่งเกียจพวกนักโทษที่ชีวิตไร้ค่าของพวกมันทำให้ชีวิตเค้ายิ่งตกต่ำอยากจะฆ่ามันซะให้หมด  แต่แล้วโอกาศก็มาถึง มาร์แชล ดี ทีชหนวดดำ ปรากฏตัวเบื้องหน้าเค้าและยื่นข้อเสนอที่จะพาเค้าออกจากคุกนรกแห่งนี้โดยแลกกับการเป็นสมาชิกของ กลุ่มโจรสลัดหนวดดำ ซึ่งชิริวก็ยอมรับในทันทีเพราะมันเป็นโอกาศเดียวที่เค้าจะได้มีอิสระอีกครั้ง ในขณะที่แหกคุกออกมาได้พบกับสหายเก่าแมกเจลแลนจนเกิดการประทะกันขึ้น สมาชิกในกลุ่มหนวดดำส่วนใหญ่ไม่รู้จักแมกเจลลันจนประมาทโดนพิษ ไฮดร้า ของแมกเจลแลนเล่นงานเกือบตายแต่โชคดีที่ชิริวเคยเป็นพัสดีมาก่อนจึงมียาถอนพิษติดตัวอยู่เสมอทำให้ช่วยพรรคพวกคนอื่นไว้ได้ทำให้มีภูมิคุ้มกันพิษจนสามารถเล่นงานกลับ จนแมกเจลแลนบาดเจ็บสาหัสเกือบตายและหนีออกมาจากคุกได้สำเร็จ       

ชิริวแห่งสายฝน - Shiryuu
                หลังจากหนีออกมาจากคุกได้สำเร็จชิริวและพรรคพวกใหม่ของเค้ากลุ่มโจรสลัดหนวดดำไดเดินทางต่อไปยัง มารีนฟอร์ดที่ซึ่งศึกครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นโดยเป้าหมายในครั้งนี้ของพวกเค้าคือการประการตัวเป็นปฏิปักษ์กับทั้งโลกไม่เกรงกลัวผู้ใดอีกต่อไป ไม่ยอมรับต่อทุกกฏที่เคยมีมาก่อน ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในข้อตกลงที่หนวดดำสัญญาว่าหากเข้ากลุ่มสมาชิกทุกคนจะมีอิสระเหนือทุกคนและไม่จำเป็นต้องทำตามกฏใด แต่ทุกคนสมาชิกในกลุ่มต้องยอมรับในหลักการที่ว่า "ผู้แข็งแกร่งอยู่เหนือทุกสิ่ง"  โดยสมาชิกมทุกคนจะได้เห็นกันที่ มารีนฟอร์ดว่าหนวดดำจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดสมควรกับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มและสมควรจะเป็นผู้ที่จะขึ้นเป็นจักพรรดิของโลกใบนี้
......................


 【】 นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว 【】
           เปิดตำนานจอมทัพแห่งราชวงค์หมิง โจรสลัดชื่อก้อง เจิ้งจือหลง - Zheng Zhilong

               เจิ้งจือหลง (Zheng Zhilong) พ่อค้า นักเดินเรือ และโจรสลัดที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในน่านน้ำตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยราชวงศ์หมิง  เต่จีเล้ง เป็นที่รู้จักกันในอีกนามหนึ่งว่า Yiguan (一官) ตามบันทึกของทางตะวันตกพบว่าเขามีชื่อในแบบชาวตะวันตกด้วยนั่นคือ นิโคลัส อิคลาศ กัสปาร์ (Nicholas Iquan Gaspard) ซึ่งชื่อนี้เป็นชื่อที่เขาได้มาเมื่อครั้งที่เขาเข้าพิธีตั้งชื่อในโบสถ์ตาม ศาสนาคริสต์ เจิ้งจือหลง เป็นชาวเมืองหนานอัน มณฑลฝูเจี้ยน

           เขาเกิดเมื่อปี 1604 ในรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิว่านลี่แห่งราชวงศ์หมิงซึ่ง ณ ขณะนั้นพระองค์ทรงครองราชย์เป็นปีที่ 32 แล้วเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพลเรือเอกแห่งราชวงศ์หมิงในขณะนั้น รวมทั้งยังเป็นบิดาของ เจิ้ง เฉิง กง(Zheng Chenggong - Koxinga) แม่ ทัพชาวจีนผู้ยิ่งใหญ่ผู้ต่อต้านการรุกรานของราชวงศ์ชิง นอกจากนี้ เจิ้งจือหลง ยังได้รับการเลื่อนขั้นเป็นขุนนางในสมัยของราชวงศ์ชิงอีกด้วย พรรคของเขาเป็นที่รู้จักกันในนามพรรค Iquan (Iquan’s Party) ซึ่งเป็นพรรคของกลุ่มผู้ค้าอาวุธ

เจิ้งจือหลง (Zheng Zhilong)
         เจิ้งจือหลง เกิดที่เมืองหนานอัน มณฑลฝูเจี้ยน เป็นบุตรชายของ Zheng Shaozu (鄭紹祖) บิดาของเขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่การเงินให้กับเมืองฉวนโจ มารดาของเขาชื่อ Huang มีเรื่องเล่าที่ไม่มีที่มาว่า เมื่อสมัยที่เขายังเยาว์วัย เขากับพี่ชายอยากกินลำไย พวกเด็ก ๆ ไปพบกิ่งลำไยพาดอยู่ที่กำแพงบ้านหลังหนึ่ง จึงช่วยกันเอาหินขว้างเพื่อให้ลำไยหล่นลงมา โดยที่หารู้ไม่ว่ากำแพงบ้านหลังนั้นเป็นของเจ้าเมืองแห่งเมืองฉวนโจ ท่านเจ้าเมืองถูกหินหล่นใส่ พวกเด็ก ๆ จึงพากันวิ่งหนีแต่ก็ถูกจับได้ในที่สุด ด้วยความเป็นเด็กยังไม่ประสาท่านเจ้าเมืองจึงให้อภัยและปล่อยตัวเด็ก ๆ ไป ในตอนที่จะปล่อยตัว เจิ้งจือหลงไปท่านเจ้าเมืองได้กล่าวว่า “นี่คือใบหน้าของผู้ที่มีโชคชะตาเป็นเศรษฐีและขุนนางชั้นสูง” เรื่องเล่านี้อาจจะเป็นจริงหรือไม่ ก็ไม่มีใครรู้
       ได้เจิ้งจือหลงออกจากบ้านตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่มเขาโดยสารไปกับเรือสินค้า ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเขาจึงออกจากบ้านนั้นแหล่งที่มาหลายแห่งให้ข้อมูลไม่ ตรงกันบ้างก็ว่าเขาเปิดกระโปงของแม่เลี้ยง บ้างก็ว่าเพราะถูกพ่อเอาไม้ไล่ตีไปตามถนน
        ในปี 1621 เจิ้งจือหลง เดินทางไปอยู่มาเก๊ากับลุงของเขาซึ่งเป็นพี่ชายของแม่ และอาศัยอยู่ที่นั่นนาน 2 – 3 ปี เขาถูกพาตัวเขาโบสถ์และได้รับการตั้งชื่อแบบคาทอริคว่า  นิโคลัส กัสปาร์(Nicholas Gaspard) และเขาก็ได้เรียนภาษาโปรตุเกสที่นั่นด้วย ลุงของเขาขอให้เขานำเอาสินค้าไปส่งที่นางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นทำให้เขาได้พบกับเศรษฐีคนหนึ่งนามว่า ลี้ ตัน (Li Dan หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า Captain China) ภายหลังก็ได้กลายมาเป็นผู้ฝึกสอนให้กับเขา ลี้ ตันมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับเหล่านักเดินเรือชาวยุโรปหลายคนเขาจึงส่ง ให้ เจิ้งจือหลง ไปเป็นล่ามแปลภาษาให้กับพ่อค้าชาวดัชต์ ซึ่งพ่อค้าพวกนี้สามารถพูดภาษาโปรตุเกสได้ 
          ในปี 1622 กองกำลังทหารชาวดัชต์สามารถเข้ายึดหมู่เกาะ Pescadores (หรือหมู่เกาะเผิงหู) ที่ช่องแคบไต้หวันได้ ลี้ ตันจึงส่งให้ เจิ้งจือหลงไปเป็นล่ามให้กับ คอร์เนลีส(Cornelis Reijersen) ผู้บัญชาการสูงสุดของ Dutch East India Company (Verenigde Oostindische Compagnie หรือ VOC) ที่ญี่ปุ่นโดยเขาเดินทางไปกับ Li Xu น้องชายของ ลี้ ตันและที่นี่พวกเขาได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ Yan Siqi (หรือเป็นที่รู้จักว่า Pedro China)
          ภายหลัง เจิ้งจือหลง ก็ได้พบรักกับหญิงญี่ปุ่นนามว่า Tagawa Matsu ทั้งสองแต่งงานและมีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคนคือ Zheng Chenggongความร่วมมือกันระหว่าง Yan Siqi และ ลี้ ตัน ทำให้พวกเขาโกยรายได้มากมายที่ญี่ปุ่น นอกจากนี้พวกเขายังทำงานร่วมกับขุนนางแห่งราชวงศ์หมิงนามว่า ซู อู่ฮั่น(Xu Xinsu) เพื่อที่จะได้ทำสัญญาการค้ากับกลุ่ม VOC ด้วย พวกเขามีเรือและมีสำนักงานอยู่ที่ญี่ปุ่น ที่มะนิลา ที่ไต้หวันและที่อื่น ๆ อีกมากมาย 
           ในเดือนสิงหาคม หรือ กันยายน ปี 1625 ลี้ ตัน และ Yan Siqi ก็เสียชีวิตที่ไหนสักแห่งใกล้ ๆ กับญี่ปุ่นและไต้หวัน ด้วยเหตุนี้ทำให้กองเรือของ ลี้ ตัน ตกเป็นของ เจิ้งจือหลง แต่ว่าเส้นทางการค้าส่วนใหญ่ในสมัยนั้นยังเป็นของ ซู อู่ฮั่น
          ซู อู่ฮั่น(Xu Xinsu) ต้องการให้ เจิ้งจือหลง ร่วมมือกับเขาเพื่อต่อต้านกลุ่ม VOC และขับไล่ชาวดัชต์ออกไป ส่วนกองกำลังชาวดัชต์ต้องการควบคุมเส้นทางการค้าในแถบนี้อย่างเด็ดขาดพวกเขา จึงร่วมมือกับโจรสลัดชาวจีนมากมาย เจิ้งจือหลง เองก็ต้องการเป็นใหญ่ในน่านน้ำนี้เช่นกัน เขาจึงทำการขับไล่รองผู้บัญชาการ Yu Zigao (俞咨) ออกไปแล้วสังหาร ซู อู่ฮั่น เสีย ด้วยความร่วมมือระหว่าง เจิ้งจือหลง กับชาวดัชต์ทำให้พวกเขาได้รับผลตอบแทนมากมาย จนในปี 1627 เขาก็มีเรือสำเภาอยู่ภายใต้บัญชาการถึง 400 ลำและคนงานอีกกว่า 1000 คน เขาสร้างด่าน 10 แห่งเอาไว้ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวันแต่ก็ถูกรื้อถอนออกไปจนหมดหลังจาก ที่ชาวดัชต์เดินทางไปถึงเกาะแห่งนั้น
         กลุ่ม โจรสลัด Shibazhi (十八芝) เป็นกลุ่มโจรสลัดที่มีชื่อเสียงของจีนก่อตั้งโดย เจิ้งจือหลง หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้คือบิดาของ Shi Lang นามว่า Shi Daxuan (施大瑄) พวกเขาท้าทายกองกำลังทหารเรือของราชวงศ์หมิงและได้รับชัยชนะ


         ในปี 1628 เจิ้งจือหลง ก็สามารถเอาชนะกองเรือของราชวงศ์หมิงได้อีก ทำให้ เจิ้งจือหลง ได้มีตำแหน่งในกองทัพของราชวงศ์หมิง และจากเรื่องเล่าที่เจ้าเมืองฉวนโจเคยให้อภัยแก่ เจิ้งจือหลง ที่ปาก่อนหินใส่เขาโดยไม่ตั้งใจเมื่อหลายสิบปีก่อน ท่านเจ้าเมืองได้ขอตำแหน่งในกองทัพเรือของราชวงศ์หมิง เจิ้งจือหลง ทำตามคำร้องขอแต่โดยดี แต่เรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรมายืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามก็ทำให้ เจิ้งจือหลง ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำที่มีความเมตตา
           กลุ่มอำนาจที่เหลือในเวลานั้นได้แก่กลุ่มของ ลิ ขุยฉี (Li Kuiqi - 李魁奇) และ ตง ปิน(Zhong Bin -鍾斌) และกลุ่ม VOC 
        ในช่วงก่อนปี 1630 เจิ้งจือหลง จึงได้แยกกองกำลังออกเป็นหลาย ๆ ส่วนเพื่อไปเผด็จศึกศัตรูให้หมดสิ้นเพื่อที่จะได้สร้างฐานอำนาจที่เมืองเอ้ หมึง (หรือ Amoy ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในนามว่าเมืองเซี่ยเหมิน) ในปี 1633 ก็ปรากฏกองกำลังที่นำทัพโดย หลิว เซียง ฟง(Liu Xiang หรือ Janglouw) หลิว เซียง ฟงมีกองกำลังอยู่ในมือมากมายในขณะที่เขายังทำงานให้กับ Li Guozhu บุตรชายของ Li Dan
          ในปี 1632 ถึง 1634 เจิ้งจือหลง และ หลิว เซียง ฟงต้องมาพัวพันกับความขัดแย้งทางแถบชายฝั่งของจีนหลายต่อหลายครั้ง การนี้กลุ่มชาวดัชต์จึงฉวยโอกาสจากความขัดแย้งภายในระหว่างเหล่าโจรสลัดเข้า เจรจาการค้าในแถบนั้น และในท่ามกลางความขัดแย้งนี้เองพวกดัชต์ก็ส่งกองกำลังไปช่วย หลิว เซียง ฟงต่อต้าน เจิ้งจือหลง ด้วย แต่ก็ไม่อาจทานกำลังอันแข็งแกร่งของ เจิ้งจือหลงได้ ทำให้ หลิว เซียง ฟงต้องหลบหนีออกจากสมรภูมิไป
         ในเดือนเมษายน 1634 หลิว เซียง ฟง(Liu Xiang)ก็ได้เข้าโจมตีเมืองไถอวาน (ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันว่าเมืองอันผิง) โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวจุดประสงค์ก็เพื่อจะเข้ายึดเอาไว้ใช้เป็นฐานทัพ กลุ่มพ่อค้าชาวดัชต์เห็นว่าการค้ากับเหล่าโจรสลัดนั้นมีแต่ความผันผวนไม่แน่ นอนจึงดำเนินการหาช่องทางทางการค้าแห่งใหม่
         ในปี 1635 เจิ้งจือหลง ก็พ่ายแพ้ให้กับ หลิว เซียง ฟงจนได้ ทำให้ หลิว เซียง ฟงสามารถกอบโกยเอาเส้นทางขนส่งสินค้าในแถบเอเชียตะวันออกได้ทั้งหมด แต่ว่าก็ครอบครองความมั่งคั่งได้ไม่นาน กองทัพแห่งราชวงศ์ชิงก็เข้าโจมตีกรุงปักกิ่งในปี 1644 และสร้างระบบการปกครองโดยราชวงศ์ชิงขึ้นแทน เจิ้งจือหลง ยอมจำนนต่อราชวงศ์ชิงในปี 1646 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ขุนนางชั้นสูงแห่งเมืองถงอัน”
          ในช่วงปี 1661-1662 เขาก็ถูกรัฐบาลแห่งราชวงศ์ชิงประหารชีวิตเพราะบุตรชายของเขา เจิ้งเฉิงกง(Zheng Chenggong) ผู้ภักดีต่อราชวงศ์หมิง ยังกระทำการต่อต้านราชวงศ์ชิง เป็นอันสิ้นสุดตำนานของยอดนักเดินเรือและโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่แห่งท้องทะเล ตะวันออกเฉียงใต้ของจีน
..........................


1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เกลียด สะกดแบบนี้
ไม่ใช่เกียจ

รังเกียจ เกียจคร้าน ใช้แบบนี้
เกลียด กลัว สะกดแบบนี้ (โว้ย)

โอกาส สะกดแบบนี้ ไม่ใช่ โอกาศ

เขียนสะกดผิดชุ่ยๆ ทุกโพสต์เลย โพสต์นี้ยังน้อย

แสดงความคิดเห็น