....

One Piece วันพีช ไฮยีน่าเบรามี่_Bellamy the Hyena ★ ベラミー

WANTED Hyena Bellamy
http://pirateonepiece.blogspot.com/2016/05/one-piece-bellamy-hyena.htmlhttp://pirateonepiece.blogspot.com/2010/02/wented-bellamy-hyena.htmlฉายา ไอ้หมาบ้า ไฮเอน่าเบรามี (Bellamy the Hyena)
ค่าหัววันพีช 195,000,000 เบรี่
55,000,000
อายุ 27 ปี
- เกิด 7 สิงหาคม
ส่วนสูง  260 cm
ตำแหน่ง  สมาชิกลุ่มใต้ดิน ดองกี้โฮเต้แฟมิรี่(Donquixote Family Pirates)
ผลปีศาจ บาเนะ บาเนะ (Bane Bane)
ผลสปริง : ทำร่างกายเป็นสปริงเครื่อนที่ด้วยความเร็วตามแรงกดของสปริงทำลายบริเวณที่สัมผัส
สมาชิกกลุ่ม  บอสโจ๊กเกอร์(๋JOKER) ,พิก้า(PICA),ไดอาเมนเต้(Diamante) ,เทรโบ(Trebol) ,เบบี้ไฟฟ์(BabY 5.),ลาว.จี (LOA.G) ,เดลลิงเกอร์(DELLINGER) ,ซินยอร์ ฟิ็งค์(SENOR PINK) ,มัคไวล์(MACHVISE) ,กาดิอุส(GLADIUS) ,บัฟฟาโร่(BUFFALO) ,ชูก้า(SHUGA) ,โจลา (JOLA)
เผ่าพันธุ์  มนุษย์...

 "โจรสลัดก็คือโจรสลัด จะฆ่าหรือชิงของจากคนอื่น...
ก็เป็นเรื่องปกติเพราะมันเป็นวิถีของโจรสลัด....."
กล่าวโดย ไอ้หมาบ้าเบรามี 

          เบรามี่(Bellamy the Hyena)หลังจากผ่านช่วงเวลาพักรบ 2 ปี เบรามี่ปรากฏตัวอีกครั้งในดินแดนโลกใหม่คราวนี้รูปลักษณ์ดูแปลกตาขึ้นเล็กน้อ จากทั้งความสูงและขนาดของกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแกร่งมากขึ้นรวมทั้งร่องรอยบาดแผลตามร่างกายที่มีให้เห็นทำให้รู้ได้ในทันทีว่ากว่าที่เค้าจะเดินทางมาถึงโลกใหม่ต้องผ่านการต่อสู้มาอย่างมากมายและแน่นอนในตอนนี้เค้าโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากรับรู้แล้วว่าโลกวันพีชแห่งนี้มีคนเก่งกว่าเค้าซ่อนตัวอยู่มากมายการจะมีชีวิตรอดอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆการจะอยู่รอดต่อไปแม้ต้องแลกมาซึ่งชีวิตผู้อื่นมันก็สมควรที่จะทำดั่งเช่นที่เค้าฆ่าพวกพ้องตัวเองเพื่อให้ได้รับการยอมรับอีกครั้งจากนายใหญ่ของเค้า
...............................
  【】 เปิดตำนานเจ้าชายโจรสลัด ซามูเอล เบลลามี่ Samuel Bellamy แบล็กแซม ผู้สร้างตำนานโจรสลัดผู้สุดแสนจะโรแมนติก (Black Bellamy)  【】





           ไฮยีน่า เบรามีแห่งกลุ่มโจรสลัดเบรามี เป็นผู้มีพลังจาก ผลปีศาจ บาเนะ บาเนะ  Bane Bane :Boing Boing  ผลสปริง เค้าเป็นมนุษย์สปริง มีจุดเด่นที่ความรุนแรงในการปะทะศัตรู ทำให้เค้าสามารถเปลี่ยนร่างกายทั้งแขนและขาให้กลายเป็นสปริงได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะส่วนขาที่สามารถเปลี่ยนให้เป็นสปริงได้ทั้งสองข้างและใช้มันในการ กระโดดขึ้นที่สูงหรือใช้ในการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเพื่อใช้โจมตีศัตรู โดยเค้าแสดงออกให้เห็นในชื่อ ท่าไม้ตาย สปริงฮุค(Spring Hopper)เป็นการใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดในการสปริงตัวกระทบกับผนังอย่างต่อเนื่องจนความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง เค้าภูมิใจในความเร็วของเค้ามากและมีความทะนงในพลังจากผลปีศาจที่เค้ามีี อย่างมาก  จนคิดว่าไม่มีใครสามารถมองเห็นการโจมตีของเค้าได้ทำให้คิดว่าตนเองนั้นแข็งแกร่งกว่าทุกคน
        จุดอ่อน :  ที่สำคัญของสปริงคือการออกตัวก่อนการการกระโดด 
 -  แม้ว่าพลังนี้จะเร็วและรุนแรง แต่การกระโดดทุกครั้งจะเป็นเส้นตรงซ้ำๆ ยิ่งเร็ว แรงก็ยิ่งตรง ทำให้ศัตรูจับทางได้ง่ายและคอยจังหวะเมื่อกระทบพื้น

ไอ้หมาบ้า เบรามี - Bellamy the Hyena
         ไฮยีน่า เบรามี ภายหลังเหตุการณ์ที่เกาะจายายุติลงสงผลให้เค้าเลือกที่จะมีชีวิตรอดต่อไปโดยการต้องเสียสละรองกัปตันและพรรคพวกบางส่วนไปเพื่อแสดงให้เห็นว่าเค้านั่นยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง ซึ่งการที่เค้ามีจำนวนพรรคพวกลดลงนี้ส่งผลเสียอย่างมากเมื่อเค้าเดินทางติดตามกลุ่มหมวกฟางขึ้นไปยังดินแดนสกายเปียร์ บ้างก็ว่ากลุ่มของเค้าปะทะกับทหารของสกายเปียจนตายแทบทั้งหมดกว่าจะช่วงชิงเสาทองคำมาได้แต่บ้างก็ว่าเพราะเค้าเดินทางตามลูฟี่มาติดๆจนคนของสกายเปียคิดว่าเป็นพวกเดียวกันจึงฝากเสาทองคำมาให้กับพวกของลูฟี่ด้วย

ไอ้หมาบ้าเบรามี่ /Bellamy
          ภายหลังช่วงชิงเสาทองคำมาได้กลุ่มของเบรามี่ที่มีสมาชิกเหลือเพียงน้อยนิดต้องแบกเสาทองคำขนาดใหญ่เพื่อไปมอบให้ นายใหญ่โดฟามิงโก้ ที่เกาะเดรสโรซ่าเพื่อจุดประสงค์เดียวคือให้ได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในแฟมิรี่อันทรงเกียรติ แต่ก็ดูจะไม่เป็นดั่งที่หวังซักเท่าไหร่เมื่อโดฟามิงโก้มองว่าเบรามี่นั้นเป็นเพียงแค่หมาเฝ้าบ้านการจะให้หมามาร่วมโต๊ะอาหารเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และดูเหมือนว่าหมาตัวนี้จะพยายามอย่างมากที่จะตะกายขึ้นมาบนโต๊ะอาหารให้ได้ทำให้นายใหญ่ดูจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก
      จึงมอบคำสั่งใหม่ให้ทำ นั่นคือการให้เบรามี่เข้าร่วมในการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่คอร์ริด้า โคลอสเซี่ยมในการช่วงชิงผลปีศาจ เมระ เมระ มาให้ได้ซึ่งในคำสั่งนี้เองแฝงใบสั่งให้ตายแนบมาด้วยโดยตัวเบรามี่นั้นไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าหากแพ้ในการต่อสู้เค้าจะถูกปล่อยให้ตายไปเหมือนหมาข้างถนนแต่หากเค้าสามารถฟลุ๊คเอาชนะมาได้เค้าก็ไม่สามารถกินผลปีศาจอีกผลได้อยู่ดี และในด่านสุดท้ายยังต้องปะทะกับผู้บริหารซึ่งภารกิจนี้มีคำสั่งให้ เดลลิงเกอร์ เป็นผู้รับไปทำนั่นคือ"อย่าให้มันกลับมากวนใจได้อีก..!." 
 .......................
【】นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว【】
         เบลามี่ Samuel Bellamy ฉายา แบล็กแซมหรือเจ้าชายโจรสลัด (Black Bellamy or Pirate Prince)  ศตวรรษที่ 18
             
               ซามูเอล เบลลามี่ (23 กุมภาพันธ์ 1689 – 26 เมษายน 1717)หรือที่รู้จักกันในฉายา แบล็กเบลลามี่ (Black Bellamy)  หรือแบล็กแซมเบลลาเจ้าชายแห่งโจรสลัด เค้าเป็นโจรสลัดหนุ่มที่มีความฝัน มุ่งมั่นที่จะค้นหาสมบัติที่สาบสูญ จนในที่สุดก็กลายมาเป็นโจรสลัดที่มั่งคั่งที่สุดในยุค    ชื่อเสียงของเบลลามี่เริ่มเป็นที่สนใจเมื่อเรือธงของเค้าถูกค้นพบที่นอกชาย ฝั่ง ฟรอริด้าพร้อมกับสมบัติมากมายบนเรือ ทำให้เราได้ทราบเรื่องราวของเค้าว่าเรือของเค้าล่มอยู่นอกชายฝั่ง ในขณะที่เค้ากำลังจะเดินทางกลับมาหาคนรักเพื่อขอเธอแต่งงาน

แบล็กเบลลามี่ - Black Bellamy
               แบล็ค เบลลามี่ เป็นบุตรของ  สตีเฟ่น เบลลามี่และอลิซาเบธ เขา เกิดใน เดวอนเชีย ทางตอนใต้ของประเทศอังกฏษ  ช่วงวัยรุ่นเบลลามี่เข้าร่วมกับกองทัพเรืออังกฏษในการเป็นทหารเรือนานอยู่ หลายปีจนอายุย่างเข้า 21 ปี แบล็คแซมออกเดินทางไปยังดินแดนโลกใหม่ที่มีชื่อว่า อเมริกา ที่ๆซึ่งเค้าได้ข่าวว่ามีเรือขนทองของพวกสเปนจมอยู่ก้นมหาสมุทร โดยเชื่อว่าเรือลำนี้น่าจะบรรทุกทองที่ได้มาจากการ ปล้นชิงมาจากชาวพื้นเมืองในแถบอเมริกาใต้และด้วยความโลภไม่คำนึงถึงน้ำหนัก ที่บรรทุกมาทำให้เรือไม่สามารถทนต่อคลื่นมหาสมุทรที่รุนแรงได้เรือลำนี้จึง น่าจะจมอยู่ในบริเวณแถบชายฝั่งทวีปอเมริกา
                ต้นปี 1716  แบล็กแซมเดินทางไปถึง Eastham Harbor (แมสซาซูเซด – อเมริกา)ที่นี่เองที่เค้าได้พบรักกับ มาเรีย( Maria Hallett)สาวน้อยวัย 15ปีมันเป็นรักแท้ที่แสนประทับใจแต่ดูเหมือนรักนี้จะมีอุปสรรค์เมื่อพ่อแม่ ของเธอคิดว่า เบลลามี่ไม่คู่ควรและยากจน ทำให้เบลลามี่มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นกัปตันเรือที่ยิ่งใหญ่ให้ได้และจะกลับ มาขอเธอแต่งงาน  หลังจากที่เบลลามี่ออกเดินทางไป มาเรียก็ตั้งท้องลูกของเบลลามี่แต่ก็แท้งและถูกขับไล่ออกจากเมืองแม้จะยาก ลำบากมากกับการใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวแต่เธอก็ยังรอคอยการกลับมาของชายที่ เธอรัก
               แบ ล็กแซมเริ่มต้นค้นหาสมบัติโดยร่วมมือกับ พอล วิลเลยมส์(Paulsgrave Williams)เพื่อนที่เป็นเศรษฐีของเค้าในการเป็นนายทุนในการซื้อเรือและออกทุน ทุกอย่างที่ใช้ในการหาสมบัติ แต่หลายเดือนผ่านไปเบลลามี่ก็ยังไม่พบอะไรมีพียงการค้นพบวัตถุโบราณเพียง เล็กน้อย จนกะทั่งเงินทุนที่มีหมดไป
               ฤดูร้อน ปี 1716 เบลลามี่กับพอล เข้าร่วมกับ กัปตันฮอนิโกล (Benjamin Hornigold)ในการค้นหาสมบัติ อีกครั้งแต่ครั้งนี้สมบัติที่เค้าค้นหากลับเป็นสมบัติที่ไม่ได้จมอยู่ใต้ ทะเลแต่กลับเป็นเรือขนสินค้าที่มีมากมายในทะเลและมีมูลค่ามหาศาล เบลลามี่ออกปล้นเรือทุกลำที่เค้าพบไม่เกี่ยงสัญชาติว่าจะเป็นชาติไหนหรือแม้ แต่สัญชาติอังกฏษบ้านเกิดเค้าก็ไม่ยกเว้น จนทำให้ต้องขัดแย้งกับกัปตัน ฮอนิโกล(Hornigold)จนในที่สุดก็กลายมาเป็นการท้าทายเพื่อชิงตำแหน่งกัปตัน แต่ดูเหมือนนิสัยของเบลลามี่จะถูกใจลูกเรือที่เป็นโจรสลัดมากกว่าจนได้เป็น กัปตันเรือคนใหม่แทนที่กัปตันฮอนิโกลและยึดเรือ Mary Anne มาเป็นของตน การบังคับบัญชาของเบลลามี่มีประสิทธิภาพสูงมากมีเรือธงคือเรือ Sultana และมีเรือรองคือเรือ Mary Anne ที่ให้พอลดูแล เรือทั้งสองจะช่วยกันโอบล้อมข้าศึกช่วยให้เข้ายึดเรือจากทั้ง ซ้ายและขวาทำให้ง่ายแก่การยึดโดยไม่ต้องทำลายเรือทิ้ง



                 กุมภาพันธื 1717 เบลลามี่เริ่มต้นตำนาน เจ้าชายโจรสลัดของเค้าด้วยการออกปล้นเรือที่มีมูลค่ามากที่สุดและสวยงามที่ สุดเท่าที่เค้าเคยพบมา  มีชื่อว่า Slaver Whydah เรือสัญชาติอังกฏษที่เพิ่งกลับจากจาไมก้า เรือขนาด 300 ตัน บรรทุก งาช้าง  ทับทิม น้ำตาลเครื่องปะดับเงิน และทองมาเต็มลำเรือ เบลลามี่ติดตามเรือลำนี้นานกว่า 3วันก่อนเข้าปล้นและยึดเรือมาเป็นเรือหลักของตนทำให้เค้ามีเรือในบัญชาสองลำ ประกอบด้วยเรือหลัก Whydah เป็นเรือธงขนาดใหญ่ สวยงามและมีประสิทธิภาพสูง  ติดปืนใหญ่ที่ดาดฟ้า28 กระบอก เรือรองคือเรือ Mary Anne ที่มีกัปตันพอลดูแล ส่วนเรือลำเก่า Sultana ยกให้ลูกเรือที่ต้องการวางมือและแยกตัวเอาไปใช้
              เมษายน 1717 หลังจากที่ได้เรือลำใหม่ที่แข็งแกร่ง และมีสมบัติมากมาย เบลลามี่แล่นเรือกลับไปอเมริกาเพื่อตามหามาเรีย ภรรยาของเค้าเพื่อทำคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับเธอให้เป็นจริงว่าหากเค้า เป็นกัปตันเรือที่ยิ่งใหญ่เมื่อไหร่จะกลับมาหาเธอและรับเธอไปอยู่ด้วย  เบลลามี่แล่นเรือเรียบชายฝั่ง แอตแลนติก เพื่อเลี่ยงการพบเจอจากเรือตรวจการ
             พฏษภาคม 1717   เมื่อมาถึง Cape Cod เรือของเบลลามี่หลงอยู่หมอกหนา และต้องปะทะกับ ครื่น ลม พายุฝนขนาดใหญ่ จนเรือต้องอัปปางลง ลูกเรือทั้ง 148 คนจมน้ำหายไปเหลือรอดไปเกยฝั่งเพียง 8คน เท่านั้น 6 คนถูกแขวนคอในเวลาต่อมา อีก2คนอยู่รอดเพื่อเล่าเรื่องราวของเจ้าชายแห่งโจรสลัดและถูกขังไว้จนกว่าจะ พบสถานที่ๆเรือจมและกู้สมบัติบนเรือได้สำเร็จซึ่งนั่นก็ต้องรอนานเกือบ 200 ปีเลยทีเดียวกว่าจะเจอ
.............................