....

Marinsford วันพีช มาร์แชล ดี ทีช_Marshall D.Teach ★ マーシャル・D・ティーチ

WANTED Marshall D.Teach 
http://pirateonepiece.blogspot.com/2010/06/wanted-4-marshall-dteach-d-yamiyami.htmlฉายมาร์แชล ดี ทีช หนวดดำ (Blackbeard)
ค่าหัว ประมาณ ???,000,000 เบรี 
อายุ 40  ปี 
- เกิด 3 สิงหาคม
ส่วนสูง  344 cm.(11 ฟุต 2นิ้ว) 
เรือ  Blackbeard Pirates' raft 
ตำแหน่ง  กัปตันกลุ่มโจรสลัดหนวดดำ(Blackbeard Pirates)    
ผลปีศาจ  ยามิ ยามิ (YamiYami)
ผลความมืด : ดูดกลืนทุกสิ่งรวมถึงการดูดกลืนพลังผลปีศาจของผู้อื่นด้วย
อาวุธ กรงเล็บใบมีดและปืนสั้นหลายกระบอก  
ลูกเรือ สมาชิกกลุ่ม วอร์น ออก้า (Van Auger)  ,จีซัส บาเจส (Jesus Burgess) ,ด็อกเตอร์คิว(Doc Q) ,ราฟิต (Lafitte) ,ชิริว(Shiryuu)  ,ซานจวน วูลฟ์ (San Juan Wolf) ,วาสโก้ ช็อต(Basco Shot) ,แคทาลีนา ดีวอน (Catarina Devon)  ,อาบาโล่ ปิซาร์โร่ (Abalo Pizarro)
เผ่าพันธุ์ มนุษย์ผู้สืบสายเลือดแห่ง D. (มีความพิเศษอยู่ที่ร่างกายที่ผิดปกติ)...

"เหล่าชาวเมืองที่รักสันติ ที่ไร้ค่าทั้งหลาย...!!..
พวกทหารเรือ รัฐบาล  และบรรดาโจรสลัดทั้งหมด..
ฟังไว้ให้ดี..โลกใบนี้ได้ถูกกำหนดแล้วให้เป็นไปต่อไปนี้...คือ.
ยุคสมัยของหนวดดำ คนนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...."
กล่าวโดย มาร์แชล ดี.ทีช
                  
                 ผู้นำกลุ่มโจรสลัดหนวดดำ จุดประสงค์เพื่อช่วงชิงแสงสว่างของทุกสิ่งไปเหลือไว้เพียงความเหน็บหนาวและหวาดกลัว มาร์แชล ดี ทีช(Marshall D.Teach) หรืออีกชื่อคือแบล็คเป็นโจรสลัดที่ครั้งแรกที่ปรากฏตัวด้วยรูปลักษณ์ของ แบล็คและพรรคพวกที่ดูไม่โดดเด่นเหมือนไร้พิษสง ค่อนข้างตลกและดูเหมือนน่าจะเป็นมิตรมากกว่าศัตรู  แต่เมื่อเวลาผ่านไปแบล็คเริ่มแสดงศักยภาพให้เห็นด้วยการ สยบเอสหมัดอัคคีและจับตัวส่งให้ทางการอันเป็นที่มาของสงครามครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกวันพีช และเป็นจุดจบของยุคสมัยที่ปกครองโดยหนวดขาวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ที่นองเลือดที่สุด ผู้เข้มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่รอดและเหยียบย่ำผู้อื่นขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของราชาโจรสลัด
........................
http://pirateonepiece.blogspot.com/2010/03/7.html 








กลุ่มโจรสลัดหนวดดำ(Blackbeard Pirates)
            มาร์แชล ดี ทีช หนวดดำ ผู้มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ราชาโจรสลัด โดยเชื่อว่าเค้าคือผู้ถูกเลือกให้มาสืบทอดตำแหน่งจากราชาโจรสลัด โกล โรเจอร์เพราะเค้าเป็นผู้สืบประณิฐานแห่งดี. เช่นเดียวกัน แต่ก่อนที่เค้าจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่หวังไว้มันไม่ใช่เรื่องง่ายยังมีศัตรูอีกมากมายที่มีพลังร้ายกาจและอาจมีพลังที่คาดไม่ถึงซ่อนตัวอยู่ในโลกใหม่จำนวนมาก ซึ่งเชื่อได้ว่าส่วนใหญ่น่าจะอยู่กับพวกระดับหัวหน้าของเหล่าจักพรรดิ  พลังของพวกนี้อาจเอาชนะเค้าไม่ได้เมื่อสู้ตัวต่อตัวแต่หากต้องรับมือหลายคนพร้อมๆกันเป็นเวลานานเค้าก็อาจพ่ายแพ้ได้ จึงจำเป็นต้องหาพรรคพวกมาเพิ่ม ให้มากพอเพื่อช่วยในการดูแลเขตปกครองที่เค้ายึดจะยึดมาเป็นของตนในโลกใหม่และแน่นอนเพื่อช่วยในการรับมือพวกจักพรรดิคนอื่นด้วย แบล็คเล็งสมาชิกใหม่ที่จะเข้ามาเป็นแขนขาให้กลุ่มพวกนี้ต้องคุณสมบัติ เก่งกาจ ชั่วช้า ไม่ทำตัวเกะกะและที่สำคัญต้องรู้คุณค่าของชีวิตทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอดและพร้อมที่จะฆ่าทุกคนเพื่อรักษามันไว้ ในที่สุดแบล็คก็เจอสิ่งที่เค้าค้นหา เจ้าพวกตัวร้ายแห่งคุกนรกตำนานแห่งความชั่วที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยข้อเสนอที่แบล็คยื่นให้ในการเป็นสมาชิกของกลุ่มหนวดดำและราชาโจรสลัดคนใหม่
             แม้ในช่วงแรกสมาชิกใหม่ดูเหมือนจะยอมทำตามไปก่อนเพื่อให้ได้ออกจากคุก แต่เมื่อออกมาได้ต่างก็เฝ้ามองฝีมือของทีชว่าจะร้ายกาจอย่างที่บอกหรือเปล่าและถ้าจะเป็นราชาโจรสลัดแบล็คจำเป็นต้องจัดการ จักรพรรดิทั้ง 4ให้หมด ซึ่งเรื่องนี้แบล็คเองรู้ดีว่าการควบคุมพวกที่มีฝีมือสูง ชั่วร้ายและไร้สัจจะ จำเป็นต้องมีฝีมือที่สูงที่สุดในกลุ่มเพื่อจัดอำดับตำแหน่งในกลุ่มที่ไม่จำเป็นต้องมีความผูกพันธ์อะไรขอเพียงแข็งแกร่งที่สุดก็จะเป็นการควบคุมไปในตัว การแสดงฝีมือให้เป็นที่ปะจักษ์และเป็นที่ยอมรับแบล็คเลือกที่จะจัดการหนวดขาวก่อนเพราะรู้ดีว่าหนวดขาวที่กำลังรับมือกับพวกนายพลระดับสูงจำนวนมากที่มารีนฟอร์ดด้วยร่างกายที่แก่ชราไปมากย่อมอ่อนล้าการเอาชนะในตอนนี้น่าจะเป็นไปได้และพลังของหนวดขาวเมื่อตายแล้วยังจะช่วยเสริมตำนานของมาแชล ดี.ทีช ให้โลกได้รู้จัก ไร้เทียมทานจนพรรคพวกไม่กล้าที่จะทรยศหรือตีตัวออกจากกลุ่ม
..................................

【】นอกเรื่องความรู้รอบตัว【】
          เปิดตำนาน หลุมดำ ปีศาจร้ายผู้กลืนกินดวงดาว  (black hole)

                  หลุมดำ (black hole) หมายถึงเทหวัตถุในเอกภพที่มีแรงโน้มถ่วงสูงมาก ไม่มีอะไรออกจากบริเวณนี้ได้แม้แต่แสง เราจึงมองไม่เห็นใจกลางของหลุมดำ หลุมดำจะมีพื้นที่หนึ่งที่เป็นขอบเขตของตัวเองเรียกว่าขอบฟ้าเหตุการณ์ ที่ตำแหน่งรัศมีชวาร์สชิลด์ ถ้าหากวัตถุหลุดเข้าไปในขอบฟ้าเหตุการณ์ วัตถุจะต้องเร่งความเร็วให้มากกว่าความเร็วแสงจึงจะหลุดออกจากขอบฟ้าเหตุการณ์ได้ แต่เป็นไปไม่ได้ที่วัตถุใดจะมีความเร็วมากกว่าแสง วัตถุนั้นจึงไม่สามารถออกมาได้อีกต่อไป

หลุมดำ (black hole)
                    เมื่อดาวฤกษ์ที่มีมวลมหึมาแตกดับลง มันอาจจะทิ้งสิ่งที่ดำมืดที่สุด ทว่ามีอำนาจทำลายล้างสูงสุดไว้เบื้องหลัง นักดาราศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า "หลุมดำ" เราไม่สามารถมองเห็นหลุมดำด้วยกล้องโทรทรรศน์ใดๆ เนื่องจากหลุมดำไม่เปล่งแสงหรือรังสีใดเลย แต่สามารถตรวจพบได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุ และคลื่นโน้มถ่วงของหลุ่มดำ (ในเชิงทฤษฎี โครงการ แอลไอจีโอ) และจนถึงปัจจุบันได้ค้นพบหลุมดำในจักรวาลแล้วอย่างน้อย 6 แห่ง  
                หลุมดำเป็นซากที่สิ้นสลายของดาวฤกษ์ที่ถึงอายุขัยแล้ว สสารที่เคยประกอบกันเป็นดาวนั้นได้ถูกอัดตัวด้วยแรงดึงดูดของตนเองจนเหลือเป็นเพียงมวลหนาแน่นที่มีขนาดเล็กยิ่งกว่านิวเคลียสของอะตอมเดียว ซึ่งเรียกว่า เอกภาวะ  หลุมดำแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ หลุมดำมวลยวดยิ่ง เป็นหลุมดำในใจกลางของดาราจักร, หลุมดำขนาดกลาง, หลุมดำจากดาวฤกษ์ ซึ่งเกิดจากการแตกดับของดาวฤกษ์, และ หลุมดำจิ๋วหรือหลุมดำเชิงควอนตัม ซึ่งเกิดขึ้นในยุคเริ่มแรกของเอกภพ  
                แม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นภายในหลุมดำได้ แต่ตัวมันก็แสดงการมีอยู่ผ่านการมีผลกระทบกับวัตถุที่อยู่ในวงโคจรภายนอกขอบฟ้าเหตุการณ์ ตัวอย่างเช่น หลุมดำอาจจะถูกสังเกตเห็นได้โดยการติดตามกลุ่มดาวที่โคจรอยู่ภายในศูนย์กลางหลุมดำ หรืออาจมีการสังเกตก๊าซ (จากดาวข้างเคียง) ที่ถูกดึงดูดเข้าสู่หลุมดำ ก๊าซจะม้วนตัวเข้าสู่ภายใน และจะร้อนขึ้นถึงอุณหภูมิสูง ๆ และปลดปล่อยรังสีขนาดใหญ่ที่สามารถตรวจจับได้จากกล้องโทรทรรศน์ที่โคจรอยู่รอบโลก การสำรวจให้ผลในทางวิทยาศาสตร์เห็นพ้องต้องกันว่าหลุมดำนั้นมีอยู่จริงในเอกภพ  
              แนวคิดของวัตถุที่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะกันไม่ให้แสงเดินทางออกไปนั้นถูกเสนอโดยนักดาราศาสตร์มือสมัครเล่นชาวอังกฤษ จอห์น มิเชล ในปี 1783 และต่อมาในปี 1795 นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส ปีแยร์-ซีมง ลาปลาส ก็ได้ข้อสรุปเดียวกัน  ตามความเข้าใจล่าสุด หลุมดำถูกอธิบายโดยทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ซึ่งทำนายว่าเมื่อมีมวลขนาดใหญ่มากในพื้นที่ขนาดเล็ก เส้นทางในพื้นที่ว่างนั้นจะถูกทำให้บิดเบี้ยวไปจนถึงศูนย์กลางของปริมาตร เพื่อไม่ให้วัตถุหรือรังสีใดๆ สามารถออกมาได้  
                 ขณะที่ทฤษฏีสัมพัทธภาพทั่วไปอธิบายว่าหลุมดำเป็นพื้นที่ว่างที่มีความเป็นเอกภาวะที่จุดศูนย์กลางและที่ขอบฟ้าเหตุการณ์บริเวณขอบ คำอธิบายนี่เปลี่ยนไปเมื่อค้นพบกลศาสตร์ควอนตัม การค้นคว้าในหัวข้อนี้แสดงให้เห็นว่านอกจากหลุมดำจะดึงวัตถุไว้ตลอดกาล แล้วยังมีการค่อย ๆ ปลดปล่อยพลังงานภายใน เรียกว่า รังสีฮอว์คิง และอาจสิ้นสุดลงในที่สุด  อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำอธิบายเกี่ยวกับหลุมดำที่ถูกต้องตามทฤษฎีควอนตัม

black hole

             หลุมดำในธรรมชาติจะจำแนกประเภทตามขนาดมวล ความแตกต่างของโมเมนตัมเชิงมุม J ขนาดของหลุมดำที่คิดจากรัศมีของขอบฟ้าเหตุการณ์ หรือรัศมีชวาร์สชิลด์ ดังนั้น ขนาดและมวลของหลุมดำจึงมีความสัมพันธ์กันโดยไม่ขึ้นกับการหมุน เมื่อใช้มวลและขนาดของหลุมดำในการจำแนกจะแบ่งได้เป็น


               หลุมดำมวลยวดยิ่ง - ประกอบไปด้วยมวลร้อยพันล้านล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์ และเชื่อว่ามีอยู่จริงบริเวณศูนย์กลางของดาราจักรส่วนใหญ่รวมถึงดาราจักรทางช้างเผือกของเราด้วย เชื่อว่าเป็นตัวการสำคัญของการเกิดนิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์ และอาจจะเกิดขึ้นจากการรวมกันของหลุมดำขนาดเล็กจำนวนมาก หรือจากการพอกพูนของดาวฤกษ์และก๊าซในอวกาศ หลุมดำมวลยวดยิ่งที่ใหญ่ที่สุดที่ค้นพบอยู่บริเวณ OJ 287 มีน้ำหนักประมาณ 18,000 ล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์
               หลุมดำมวลปานกลาง - มีขนาดมวลนับหลายพันเท่าของมวลดวงอาทิตย์ เชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานของแหล่งกำเนิดรังสีเอกซ์ที่มีความเข้มมาก ๆ ยังไม่มีหลักฐานว่าหลุมดำขนาดนี้เกิดขึ้นจากอะไร สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการชนกันของหลุมดำที่มีมวลขนาดต่ำในบริเวณใจกลางของกลุ่มดาวฤกษ์หนาแน่น เช่นใ นกระจุกดาวทรงกลมหรือดาราจักร เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการระเบิดรุนแรงของคลื่นความโน้มถ่วง ซึ่งอาจสังเกตพบต่อไปในไม่ช้า การแบ่งประเภทความแตกต่างระหว่างหลุมดำมวลยวดยิ่งกับหลุมดำมวลขนาดกลางเป็นแต่เพียงระเบียบวิธีในหลักการเท่านั้น ข้อมูลอื่นใดเช่น ขนาดของมวลต่ำสุด หรือขนาดของมวลสูงสุดที่หลุมดำหนึ่งๆ สามารถก่อตัวขึ้นได้จากการยุบตัวของดาวฤกษ์มวลมาก ยังเป็นที่เข้าใจกันน้อยมาก แต่ก็เชื่อกันว่าน่าจะมีขนาดน้อยกว่า 200 เท่าของมวลดวงอาทิตย์      
             หลุมดำจากดาวฤกษ์ - มีมวลต่ำสุดตั้งแต่ประมาณ 1.5–3.0 เท่าของดวงอาทิตย์ (จากขอบเขตโทลแมน-ออพเพนไฮม์เมอร์-โวลคอฟฟ์ สำหรับมวลมากสุดของดาวนิวตรอน) ไปจนถึงประมาณ 15–20 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ หลุมดำชนิดนี้เกิดขึ้นจากการยุบตัวของดาวฤกษ์เดี่ยว หรืออาจเป็นการรวมกันของดาวนิวตรอนคู่ก็ได้ (ซึ่งหนีจากกันไม่พ้นด้วยอิทธิพลของรังสีความโน้มถ่วง ) ดาวฤกษ์เหล่านี้ในตอนเริ่มต้นอาจมีมวลมากถึง ≈100 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ หรือมากกว่านั้น แต่ได้สูญเสียมวลด้านนอกออกไปในระหว่างช่วงต้นของ วิวัฒนาการ เช่นการสูญเสียมวลไปในลมดาวฤกษ์ระหว่างที่เป็นดาวยักษ์แดง หรือระหว่างเป็นดาววูล์ฟ ราเยด หรือระหว่างการระเบิดซูเปอร์โนวา ซึ่งทำให้ดาวกลายเป็นดาวนิวตรอนหรือกลายเป็นหลุมดำ จากแบบจำลองทางทฤษฎีวิวัฒนาการดาวฤกษ์ในขั้นท้าย ๆ เรายังไม่สามารถทราบขนาดของมวลสูงสุดที่จะกลายเป็นหลุมดำจากดาวฤกษ์ ถ้าแกนกลางของดาวค่อนข้างโปร่ง มันจะกลายเป็นดาวแคระขาว      
           หลุมดำจิ๋ว - มีมวลน้อยกว่ามวลของดาวฤกษ์มาก ที่มวลขนาดนี้จึงได้รับอิทธิพลจากกลศาสตร์ควอนตัมมาก ไม่มีกลไกใดเท่าที่ทราบที่สามารถอธิบายการเกิดแบบปกติของหลุมดำประเภทนี้จากวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ แต่จากสมมุติฐานการพองตัวของจักรวาลแสดงให้เห็นว่า มีหลุมดำชนิดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของเอกภพแล้ว ถ้าพิจารณาจากทฤษฎีบางประการว่าด้วยความโน้มถ่วงทางควอนตัม หลุมดำประเภทนี้อาจเกิดขึ้นได้จากปฏิกิริยาพลังงานสูงมากที่เกิดจากรังสีคอสมิกปะทะกับชั้นบรรยากาศ หรือเกิดในตัวเร่งอนุภาค เช่น เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ ทฤษฎีรังสีฮอว์คิงทำนายว่าหลุมดำประเภทนี้จะระเหยไปเป็นแสงสว่างวาบระหว่างการแผ่รังสีแกมมา ซึ่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีแกมมาเฟอร์มีของนาซา (ชื่อเดิมว่า กลาสท์) ที่ส่งขึ้นไปสู่อวกาศเมื่อปี ค.ศ. 2008 กำลังทำการค้นหาแสงวาบชนิดนี้อยู่
...............................
 

1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ฉันจะฆ่าแก

แสดงความคิดเห็น