....

WANTED วิลลี่ ออก้า_Willy orca ★ ウィリー

ายา  วาฬเพชฌฆาต วิลลี่(Willyorca)
ค่าหัว 20,000,000 เบรี
อายุ  ---
ส่วนสูง 204 cm.
เรือ  ---
ตำแหน่ กัปตันกลุ่มโจรสลัดเงือก วิลลี่ ( Willy Pirate)
อาวุธ กะบองหนาม
ลูกเรือ ---
เผ่าพันธุ์ มนุษย์เงือกปลาวาฬเพชฌฆาตออก้า(Orcinus - Orca )

ปรากฏตัวใน - One Piece The movie 4 - Dead End Adventure 
- การผจญภัยเกาะโจรสลัดที่เดธเอนด์ 
- ออกฉาย  มีนาคม 2003

                 วิลลี่ ออก้า(Willy orca - Wiri) เป็นมนุษย์เงือก-ปลาวาฬเพชฌฆาต ออก้า(Orca The Killer Whale) ที่มีลักษณะพิเศษของสายพันธุ์อยู่ที่ร่างกายที่ใหญ่โตกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า มีทั้งความแข็งแกร่งทั้งในด้านพละกำลังและฟันกรามที่แข็งแกร่ง เป็นโจรสลัดจากเกาะเงือกอีกคนที่ออกมาจากเกาะเงือกหลังจากที่กลุ่มโจรสลัดมนุษย์ล่มสลายโดยเค้าเป็นอีกคนที่พยายามสะสมพรรคพวกชาวมนุษย์เงือกที่กะจัดกะจายให้มารวมกันทำให้ต้องขัดใจกับกลุ่มอื่นๆอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะกับกลุ่มของอารอนจนถูกกล่าวขวัญกันว่าเป็นคู่ปรับที่สูสีของอารอนซึ่งทำให้เชื่อได้ว่านิสัยของ วิลลี่น่าจะโหดเหี้ยมไม่แพ้อารอนเลยทีเดียว
..........................


วาฬเพชฌฆาตวิลลี่ ออก้า - Willy orca

                    ปรากฏตัวครั้งแรกในเดอะมูฟวี่ 4โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโจรสลัดอีกหลายๆกลุ่มที่เข้าร่วมการแข่งขันเดธเอนเรส ของเกาะแห่งโจรสลัด ซึ่งเค้ามีความทรนงเป็นอย่างมากโดยไม่หวั่นเกรงใครแม้กับกัปตันกัสปาเด้ที่กลุ่มโจรสลัดอื่นต่างพากันหวาดกลัวด้วยเหตุนี้เองล่าสุดหลังจากที่เค้ากำจัดคู่แข่งที่เป็นกลุ่มโจรสลัดอื่นไปได้อย่างมากมาย ทำให้ต้องปะทะกับ กัปตันกัสปาเด้ในท้ายที่สุดซึ่งผลจากการต่อสู้กลุ่มของเค้าแตกโดยวิลลี่หายสาปสูญไป
................................



【】นอกเรื่องความรู้รอบตัว 【】
            เปิดตำนานปลาวาฬเพชฌฆาต - Killer Whale  ออก้า (Orca)

ปลาวาฬเพชฌฆาตออก้า - Killer Whale Orca

                      วาฬเพชฌฆาต  (Killer Whale) รู้จักกันอีกชื่อว่า ออก้า (Orca) เป็นสปีชี่ส์ที่ใหญ่ที่สุดในในวงศ์ Delphinidae ของโลมา สามารถพบเห็นได้ในมหาสมุทรทั่วโลก ตั้งแต่แถบอาร์กติกและแอนตาร์กติก จนถึงทะเลในแถบเขตร้อน วาฬเพชฌฆาตเป็นนักล่าที่ชาญฉลาด ส่วนมากล่าปลาเป็นอาหาร ในบางสายพันธุ์จะล่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างแมวน้ำ สิงโตทะเล หรือแม้กระทั่งวาฬขนาด ใหญ่ วาฬเพชฌฆาตเป็นสัตว์สังคม โดยสัณนิษฐานได้จากพฤติกรรมทางสังคมที่ซับซ้อนของมัน อย่างเช่น เทคนิคการล่า การส่งเสียงที่สามารถสื่อความหมายระหว่างกันได้      ถึงแม้ว่าวาฬเพชฌฆาตจะไม่จัดอยู่ในสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ แต่ในบางพื้นที่มันก็ได้รับความคุ้มครอง อันเนื่องมาจากการปนเปื้อนของสารพิษในน้ำทะเล การตกเป็นเหยื่อของนักล่าที่ใหญ่กว่าแล้วเพิ่มจำนวนไม่ทัน การถูกจับโดยบังเอิญระหว่างการทำประมง การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย การถูกมนุษย์ล่า โดยส่วนมากแล้ววาฬเพชฌฆาตจะไม่ทำร้ายมนุษย์ มีเป็นส่วนน้อยเท่านั้นที่พบว่าทำร้ายมนุษย์ อย่างเช่น ในกรณีของวาฬเพชฌฆาตในสวนน้ำ
                 วาฬเพชฌฆาตจัดเป็นนักล่าอันดับต้นๆ มันกินอาหารราว 227 กิโลกรัม/วัน และมันไม่เคยนอนหลับ แต่จะใช้วิธีว่ายน้ำช้าๆแทน ไม่อย่างนั้นมันจะจมน้ำตาย  วาฬเพชฌฆาตมุ่งเป้าโจมตีไปที่สปีชี่ส์ของ ปลาแซลมอน และปลาทูน่า รวมไปถึงฉลามบางพันธุ์อย่าง Basking shark ,Oceanic whitetip shark และ Smooth hammerhead ในบางกรณีเมื่อมันต้องการปกป้องลูกของมัน วาฬเพชฌฆาตสามารเอาชนะฉลามขาวยักษ์ (Great white shark) ได้ ในประเทศนิวซีแลนด์พบว่าวาฬเพชฌฆาตยังล่าพวกปลากระเบน (stingray) หมึก รวมไปถึงเต่าทะเลด้วย สำหรับเหยื่อประเภท ปลาแซลมอน วาฬเพชฌฆาตมักจะลุยเดี่ยว หรือออกล่าเป็นกลุ่มเล็กๆ ส่วนเหยื่อพวกปลาเฮียริ่ง (herring) วาฬเพชฌฆาตจะใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า carousel feeding โดยมันจะต้อนฝูงปลาเฮียริ่งไปที่บริเวณผิวน้ำ แล้วใช้หางตวัดกระแทกผิวน้ำอย่างแรง ทำให้ปลาเฮียริ่งมึนและแตกตื่น ซึ่งสัญชาติญาณของปลาเฮียริ่งจะกระโดดขึ้นเหนือผิวน้ำ เมื่ออยู่ในภาวะเช่นนั้น

วาฬเพชฌฆาต  (Killer Whale)

                          วาฬเพชฌฆาต เป็นสปีชี่ส์เดียวในสกุล Orcinus เป็นหนึ่งในหลายสปีชี่ส์ที่นักสัตววิทยาชาวสวีเด็น แคโรลัส ลินแนอัส (Carolus Linnaeus) ได้ให้คำอธิบายไว้ในผลงานที่ชื่อ ซิสเตมาเนเชอร่า (Systema Naturae) ในปี 1758 ศตวรรษที่ 18 ว่าวาฬเพชฌฆาตเป็น 1 ใน 35 สปีชี่ส์ของวงศ์โลมา เหมือนกับวาฬหัวทุย (Sperm Whale) ในวงศ์ Physeter ซึ่งในสกุล Orcinus จะมีหลายสปีชี่ส์ด้วยกัน นักชีววิทยาโบราณคดี (paleontologist) จึงเชื่อว่า วาฬเพชฌฆาต เป็นหนึ่งในสปีชี่ส์ที่ไม่มีวิวัฒนาการที่แตกแยกออกไป ถ้าสมมติฐานนี้เป็นจริง วาฬเพชฌฆาต จะเป็นหนึ่งในสปีชี่ส์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยไม่มีวิวัฒนาการ เปลี่ยนแปลงมากนัก อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่สนับสนุนก็สามารถย้อนไปได้อย่างน้อย เพียง 5 ล้านปีเท่านั้น ปริมาณประชากรของวาฬเพชฌฆาตยังไม่ทราบแน่ชัด สายพันธุ์อพยพกับสายพันธุ์ทั่วไป อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่ว่าทั้งสองสายพันธุ์ หลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากัน เดิมทีมีความเชื่อว่าสายพันธุ์อพยพ คือ วาฬเพชฌฆาตสายพันธุ์ทั่วไปที่ถูกขับออกจากฝูง แต่นักวิจัยพบว่าสายพันธุ์อพยพ ไม่ได้เกิดในฝูงสายพันธุ์ทั่วไป วิวัฒนาการที่ทำให้สายพันธุ์ทั่วไป กับสายพันธุ์อพยพแยกออกจากกัน เชื่อว่าเริ่มขึ้นเมื่อ 2 ล้านปีที่แล้ว นักพันธุศาสตร์พบว่า สายพันธุ์ของวาฬเพชฌฆาต ไม่มีการกลายพันธุ์มากว่า 10000 ปีแล้ว
                        จากการศึกษาในปี 1970 และ 1980 นักวิจัยแถบชายฝั่งตะวันตก ของแคนาดา และสหรัฐอเมริกา ร่วมกันอธิบายว่า 3 ใน 5 ชนิดของวาฬเพชฌฆาต สามารถแสดงให้เห็นความแตกต่าง ในสายพันธุ์ ได้ สายพันธุ์ทั่วไป (Resident) ส่วนใหญ่อาศัยอยู่มากในแถบชายฝั่ง บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือ ของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนมากจะล่าปลาเป็นหลัก บางครั้งก็ล่าหมึกบ้าง อยู่รวมกันเป็นกลุ่มอย่างเหนียวแน่นและซับซ้อน เป็นรูปแบบทางสังคมที่มีตัวเมียเป็นจ่าฝูง (matriarch) ตัวเมียของสายพันธุ์นี้มีครีบด้านข้างโค้งมน พบเห็นได้บ่อยครั้งแถบ บริติช โคลัมเบีย (British Columbia) และตอนใต้ของ อลาสก้า (Alaska) นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเล นักวิจัยสามารถระบุวาฬเพชฌฆาตกว่า 300 ตัวได้ ในช่วง 30 ปี และได้ตั้งชื่อให้เข้ากับกลุ่มที่มันอาศัย พร้อมทั้งมอบหมายเลขให้ด้วย สายพันธุ์อพยพ (Transient) พวกนี้จะล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นหลัก ไม่กินปลา อาศัยในแถบตอนใต้ของอลาสก้า ส่วนมากอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 2-6 ตัว ไม่อยู่รวมในกลุ่มครอบครัวตลอดเวลา ตัวเมียมีครีบที่ค่อนข้างจะเป็นรูปสามเหลี่ยม ฝูงของมันจะเดินทางไปทั่ว โดยไม่มีเป้าหมายที่แน่ชัด อาจจะพบเห็นได้บางที่ หรือไม่พบเห็นเลย หรือกลับมาที่เดิมในช่วง 10 ปี ทำให้เป็นการยากที่นักวิจัยจะทำการศึกษาเรื่องของมัน พวกมันถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1970 เมื่อมันถูกจับได้ที บริติช โคลัมเบีย แต่มันปฏิเสธที่จะกินปลาเป็นเวลาถึง 72 วัน อย่างไรก็ตาม มันจะยอมกินก็ต่อเมื่อมันหิวจัด เป็นสาเหตุให้นักวิจัยเริ่มตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับ วาฬเพชฌฆาตสายพันธุ์อื่น ซึ่งการศึกษาเรื่องของมันก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง โดยเฉพาะที่ประเทศ อาเจนตินา (Argentina) และนิวซีแลนด์ (New Zealand)
..........................