....

One Piece BaroqueWorks วันพีช เซอร์ครอกโคไดล์ ★クロコダイル

WANTED Sir. Crocodile 
ฉายา ราชาแห่งทะเลทราย (King of The Desert)
- จ้าวแห่งหมู่มวลจระเข้ทะเลทราย
ค่าหัววันพีช  81,000,000
อายุ 44 ปี 
- เกิด 5 กันยายน 
ส่วนสูง 253 cm.(8ฟุต.3นิ้ว.) 
เรือ  เดอะ ฟูล(The Full) 
ตำแหน่ง Mr.0 บอสใหญ่องค์กรอาชญากรรมบาล็อกเวิคร์(BaroqueWorks)
- 1 ใน 7 เทพโจรสลัด(Shichibukai) 
ผลปีศาจ  ซูนะซูนะ (suna suna) สายธรรมชาติ(Logie) 
ผลทราย : เปลี่ยนร่างกายเป็นทราย ดูดน้ำจากวัตถุและสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้ 
ธาตุปฏิปักษ์-จุดอ่อน  แพ้น้ำหรือผลน้ำ(โทโร โทโร่)  
อาวุธ  ตะขอติดพิษแมงป่องทะเลทราย(HOOK-scorpion venom) 
ลูกเรือ  สมาชิก 1,000 คนกลุ่มบาล็อกเวิร์ค  ดาซู บอเนต (Mr.1 ) ,มิสเตอร์เบนแฮม-บอนเคร(Mr.2)   มิสเตอร์เกลดิโน(Mr.3) ,มิสเตอร์โฟ(Mr.4) ,มิสเตอร์ไฟว์( Mr.5)
เผ่าพันธุ์ มนุษย์

"เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า การสละพวกพ้องที่ไร้ประโยชน์....
ไปสักคนสองคนเป็นเรื่องธรรมดา......"
กล่าวโดย คร็อกโคไดล์

                  เซ้อร์ ครอกโคไดล์(Sir. Crocodile) เป็นตัวละครที่มีลักษณะเหมือนดั่งเป็นตนแบบโจรสลัดในสมัยโบราณ หยิ่งทรนง มีมือที่เป็นตะขอ หน้าบากและสูบซิก้่า(ขาดเพียงตาบอดข้างเดียว) โหดเหี้ยม ปริ้นปรน ไม่มีความจริงใจให้ใคร  มีลูกน้องมากมายที่พร้อมจะสละทิ้งได้ทุกเมื่อ ความแข็งแกร่งในฐานะ 1ใน11 ผู้ใช้ผลปีศาจสายโรเกีย(ในอนาคตอาจมีมากกว่านี้)จ้าวแห่งทะเลทรายไม่มีขอบ เขตในการใช้พลังสามารถฆ่าคนทั้งเมืองได้ในพริบตาเป็นพลังที่ ช่างร้ายกาจและมีท่าไม้ตายมากมายพร้อมต่อกรกับทุกคนในโลกไม่เว้นแม้แต่ระดับ นายพลรัฐบาลโลก

        - คาแร็กเตอร์ของ คร็อกโคไดล์ มาจาก กัปตัน ฮุก ในวรรณกรรมเลื่องชื่อของ เจ .วี ฮาร์ท(J.V Hart)
        - กัปตัน ฮุก มีชื่อและต้นแบบมาจากกัปตัน เจมส์ คุก(Jame Hool) ส่วนคาแร็กเตอร์มือตะขอมาจาก กัปตัน คริสโตเฟอร์ นิวพอร์ท(Christopher Newport)
............................. 
【】 เปิดตำนาน กัปตัน เจมส์ ฮุก(captain Hook) กับอดีตของเค้าก่อนจะมาเป็น กัปตันมือตะขอจอมโหด  【】 
【】 เปิดตำนาน กัปตัน เจมส์ คุก (captain james cook) ผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลียและ เขียนแผนที่โลกใบแรก  【】




Sir. Crocodile เซ้อร์ ครอกโคไดล์
"ความกลัวไม่ได้ช่วยหยุดสิ่งเลวร้ายให้มันไม่เกิดขึ้น…..
            แต่มันเป็นตัวขัดขวางไม่ให้เราได้สัมผัสกับชัยชนะที่ล้ำค่าที่สุด......"

            เซอร์ ครอกโคไดล์แห่งองค์กรบาล็อคเวิร์ค เป็นบอสใหญ่องค์อาชญากรรมลับที่ใช้โค็ดเนมว่า มิสเตอร์ ซีโร่ - Mr.0 โดยองค์กรของเค้ามีเป้าหมายหลักในการขยายฐานอำนาจเพื่อเพิ่มศักยภาพให้องค์กรเพื่อใช้ต่อกรกับพวกทหารเรือและพวกรัฐบาล โดย ดำเนินการอย่างมีแบบแผนและขั้นตอนสมาชิกในองค์กรมีมากมายหลายพันคนล้วนแล้วแต่มี ความสามารถสมาชิกระดับ ท็อปเมมเบอร์หลายคนเป็นผู้มีพลังจากผลไม้ปีศาจซึ่งจัดเป็นองค์กรที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งหากมองจากลำดับขั้นที่มีช่างดูคร้ายกับกลุ่มย่อยของ 4 จักรพรรดิ ที่มีสมาชิกแบ่งเป็นกรมกรอง จากความเหมือนในข้อนี้อาจเดาได้ว่าการก่อตั้งองค์กรลับของคร็อกโคไดล์ในครั้งนี้เป็นการปูทางเพื่อหวังเทือบรัศมีของ พวก 4 จักรพรรดิ 
            การดำเนินการขององค์กรหลังจากหาสมาชิกได้จำนวนมากพอ และมีหัวหน้าระดับท็อปเมมเบอร์ครบแล้ว   เป้าหมายต่อไปที่เลงมานานก็เริ่มทำให้เป็นรูปธรรมขึ้นก็คือการหาฐานที่มั่นที่แข็งแกร่งทั้งด้าน ภูมิศาสตร์ ขนาดและกำลังพลโดยมีเป้าหมายในครั้งนี้อยู่ที่ ดินแดนแห่งทะเลทราย อาราบัสต้า ซึ่งเป็นดินแดนที่พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งรายล้อมด้วยทะเลทรายขนาดใหญ่ทำให้เข้าถึงได้ยาก จึุงเป็นที่ๆเหมาะที่สุดที่จะส่งผลให้ คร็อกโคไดล์บอสใหญ่ผู้ใช้ผลทรายสามารถแสดงศักยภาพของตนในการกำจัดศัตรูทั้งจากพวกโจรสลัด และพวกทหารเรือจำนวนมากได้อย่างง่ายดาย

มิสเตอร์ ซีโร่ - Mr.Zero
              ความสามารถจากผลไม้ปีศาจที่ไร้เทียมทานจากพลังของผลไม้ปิศาจ ที่สามารถควบคุมทรายได้ และทรายที่ควบคุมยังดูดน้ำออกจากทุกอย่างรวมทั้งสิ่งมีชีวิตที่ทรายนั่นพัด ผ่านได้ เขาเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านลำดับฐานะเทียบเท่าท่านเซอร์ที่อลาบาสต้า เนื่องจากอาณาจักรเข้าใจว่าเขาเป็นผู้ทำคุณงามความดีและร่วมช่วยดูแลปกป้อง อาณาจักร แท้จริงเป็นหัวหน้าขององค์กรอาชญากรรมลับ บาล็อกเวิร์คส์ โดยใช้นามแฝงว่า มิสเตอร์ซิโร่ มีจุดประสงค์ไม่ดีต่อราชอาณาจักรแห่งทะเลทราย อลาบาสต้า ครอคโคไดล์ ถูกปลดออกจากเจ็ดเทพโจรสลัดและถูกรัฐบาลจับกุมหลังจากพ่ายแพ้ให้แกลูฟี่ที่ อลาบาสต้า และแผนการร้ายทั้งหมดก็ถูกเปิดโปงออกมา ล่าสุด จากเหตุการณ์ลูฟี่บุกไปคุกอิมเพลดาวน์เพื่อช่วย โปรโตกัส ดี เอสที่ กำลังจะถูกประหาร อิวานคอฟได้ช่วยเหลือครอคโคไดล์ออกมาด้วย เพราะครอคโคไดล์บอกว่าจะช่วยเหลือลูฟี่(คงไม่ใช่เหตุผลหลักของคร็อกโคไดล์แน่ ) และเนื่องจากอิวานคอฟคิดว่าคร็อกโคไดล์จะมีประโยชน์ต่อศึกครั้งนี้ด้วย
...................................


【】นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว【】
                 เปิดตำนาน กัปตัน เจมส์ ฮุก(captain Hook) อีกหนึ่งแง่มุมวรรณกรรมเลื่องชื่อของ เจ.วี ฮาร์ท (J.V Hart)

         กัปตันฮุ๊คเป็นจอมวายร้ายที่เป็นอมตะและยิ่งใหญ่ที่สุด ในบรรดางานวรรณคดี เขาถูกสร้างขึ้นโดย เจมส์แมทธิว ในละครเวที่ ปี 1904 และถูกใส่ในนวนิยายและเรื่องสั้นมากมาย ในปี 1911 ด้วยความที่เป็นตัวร้ายทำให้คาแร็กเตอร์ของเค้าติดตาผู้ชมนานหลายทศวรรษ กับความจ้าวอารมณ์ ในตาสีฟ้า และมือตะขอ เค้าเป็นกัปตันที่ไร้ซึ่งความกลัวแห่งเรือ “จอลลี่ โรเจอร์” มีเพียงสิ่งเดียวที่เค้าหวาดกลัวมันถูกบรรยายว่าเป็นเรื่องแปลกที่เค้ากลัว ที่จะเสียเลือดและเกียจสีของมัน นอกจากนี้เค้ายังเป็นชายคนเดียวที่ ลอง จอห์น ซิลเวอร์ แห่งเกาะมหาสมบัติ เกรงกลัว

กัปตัน เจมส์ ฮุก(captain Hook)
          กัปตัน เจมส์ ฮุก เป้นตัวละครที่ถูกสมมุติขึ้นมาโดยชื่อมาจากชื่อกัปตัน กัปตัน เจมส์ คุก สัญชาติอังกฏษ  (เกิด 27 ตุลาคม 1728 – เสียชีวิต 14 กุมภาพันธ์ 1779 ในวัย 50 ปี  ) ซึ่งเป็นกัปตันเรือที่เชี่ยวชาญและเป็นผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลีย และ นิวซีแลนต์ ส่วนคาแร็กเตอร์ นำมาจาก กัปตัน คริสโตเฟอร์ นิวพอท ( เกิด ในปี 1561 ในอังกฏษ – เสียชีวิต 1617 ในวัย 56 ปี) ซ่งมีลักษณะเด่นที่ผมยาวดำและโดดเด่นที่มือตะขอเหล็ก             
            วรรณกรรมที่มีกัปตันฮุกเป็นพระเอกมีชื่อว่า กัปตันเจมส์ ฮุก และการพจญภัยที่ดังกะฉ่อนโลกในวัยเยาว์ (Captain Hook “ Capt, Hook The adventures of a notorious Youth” By J.V Hart เป็นเรื่องราว ชีวิตของกัปตัน เจมส์  คุกในวัยเยาว์ ก่อนจะกลายมาเป็นตันเรือเลื่องชื่อ  โดยกล่าวว่าเค้าเป็นลูกชายนอกสมรสของชนชั้นสูง ชื่อทาน ลอร์ดบี (Lord B) และมีแม่ที่ไม่เคยเห็นและไม่รู้จักชื่อ ได้รับการเลี้ยงดูโดย ป้า เอมิลี่ เมื่อเขาอายุได้ 15 ปี ได้เข้าเรียนในวิทยาลัย อีตั้น แบบไม่สู้จะเต็มใจนักเพื่อเป็นนักการเมือง
                  เจมส์ปรารถนาที่จะเป็นที่หนึ่งนชั้นเรียน อีตั้น เขาเป็นนักอ่านที่กระหายในความรู้ อย่างงามของแชคสเปียร์ และเชลลี่ คติประจะใจของเค้าคือ ความรู้คืออำนาจ เขาบรรยายว่า เจมส์เป็นคนมีเพื่อนน้อย  หนึ่งในนั้นชื่อว่า โรเจอร์ ปีเตอร์ เดวิศ์ มีชื่อเล่นว่า จอลลี่ โรเจอร์ ซึ่งกลายมาเป็นชื่อเรืของเจมส์ในเวลาต่อมา และมีสัตว์เลี้ยงเป็แมงมุมชื่อ อิเล็กตร้า  เจมส์มีศัตรูมากมายหนึ่งในนั้นคือ อาเธอร์ ดาร์ลิ่ง นักเรียนทุนอายุ 17 ปี  เมื่อเจมส์ออกจากอีตั้ เค้าถูกพ่อบังคับให้ไปเป็นลูกเรือขนสินค้า ที่นั่นเค้าพบกับกัปตัน บาร์ธโธโลมิว ควิกลี สมีทธิงตั้น หรือที่เรียกว่า สมี เมื่อเจมส์ได้ใช้ชีวิตบนเรือเค้าได้รับรู้ว่าเรือขนสินคี้เป็นเรือค้าทาส เค้าตัดสินใจที่จะปลดปล่อยทาสเหล่านั้นและโค่นล้มกัปตัน สมี(ถูกฆ่าตายโดยแมงมุมพิษของ เจมส์) และฆ่าลูกเรือโดยใช้ ตะขอเหล็กเป็นอาวุธ
..............................

【】นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว【】
                เปิดตำนาน กัปตัน เจมส์ คุก - captain james cook “เจมส์ คุก ผู้เขียนแผนที่โลกใบแรก” (27 ตุลาคม 1728 – เสียชีวิต 14 กุมภาพันธ์ 1779 )

               เจมส์ คุกยังได้ดินเรือไปยังทวีปต่ง ๆ เพื่อสำรวจแนวชายทะเลจนทำเป็นแผนที่และพบแผ่นดินใหม่ ๆ ขึ้น ซึ่งชาวยุโรปไม่เคยเดินทางไปมาก่อนเลย เขาเป็นทั้งนักสำรวจ นักค้นพบแผ่นดินใหม่ๆ และนักทำแผนที่โลกคนแรกที่สามารถ วาดผังของแต่ละทวีป แต่ละประเทศ แต่ละหมู่เกาะ จนนำไปสู่การขยายอาณานิคมอย่างกว้างขวางให้กับอังกฤษ ในเวลาต่อมา ทำให้อังกฤษได้เปรียบนักล่าอาณานิคมจากยุโรปรายอื่น ๆ
            การมีแผนที่ของคนสมัยนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในเชิงการทหารเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ง่ายต่อการวางแผนกองกำลังและการรบของแต่ละฝ่าย และนั่นคือสาเหตุสำคัญของอังกฤษที่สามารถเข้าไปยึดครอง ขยายอาณาจักรได้มากกว่าผู้อื่น จนเรียกได้ว่ามีธงอังกฤษโบกสะบัดไปทั่วทุกแห่งของโลก  กลายเป็นประเทศที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน   ผมมองว่าเจมส์ คุกผู้เขียนแผนที่โลกให้กับราชนาวีอังกฤษเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญมากที่สุดคนหนึ่ง

 เจมส์ คุก -  james cook
                  ประวัติ เจมส์ คุก เป็นชาวอังกฤษ เกิดในครอบครัวที่มีฐานะต่ำต้อย เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1728 ที่หมู่บ้านในเขตนอร์ทยอร์คเชียร์ เขาเป็นหนึ่งในบุตรห้าคน  ของนายเจมส์ คุก ซีเนียร์ เชื้อสายสก็อต และนางเกรซ คุก ซึ่งเป็นชาวบ้านในท้องถิ่นนั้น เขาเป็นทั้งนักสำรวจ นักเดินเรือ และยังเป็นนักทำแผนที่อีกด้วย งานสำรวจของเขาช่วยทำให้โลกเราได้ทราบสภาพของภูมิศาสตร์ของโลกภาคพื้นมหาสมุทรแปซิฟิกมากขึ้น เขาได้รับยกย่องว่าเป็นนักสำรวจคนสำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 18 นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ช่วยให้จักรภพอังกฤษได้ครอบครองดินแดนออสเตรเลีย  เขาเดินทางรอบโลกและเดินทางไปครบทั้ง 7 ทวีปภายในช่วงเวลาที่เขามีชีวิตอยู่ ซึ่งน้อยคนนักในเวลานั้นที่จะสามารถเดินทางไกลและพบเห็นดินแดนและหมู่เกาะมากมายที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนเช่นเขา
                ในปี ค.ศ. 1755 เขาก็สมัครเข้าทำงานในหน่วยราชนาวีอังกฤษ  ค.ศ. 1755 ราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ ได้ทำสงครามที่เรียกว่า “สงครามเจ็ดปี” ระหว่างฝรั่งเศส ออสเตรีย รัสเซีย แซกโซนี สวีเดน และสเปน ผลของสงครามครั้งนี้ทำให้อังกฤษกลายเป็นเจ้าอาณานิคมในครอบครองมากที่สุด   ในปีเดียวกันเขาได้เริ่มต้นตำแหน่งเป็นกะลาสีเรือชั้นหนึ่งเขาได้รับการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วเป็นหัวหน้าผู้บังคับบัญชาการเรือ และราวปี ค.ศ. 1757 ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีของการเข้าร่วมหน่วยราชนาวี เขาผ่านการทดสอบให้สามารถควบคุมการเดินเรือและกองทัพเรือได้


              ในระหว่างการทำสงครามเจ็ดปี เจมส์ คุก ในฐานะที่เป็นหัวหน้าเรือเพ็มโบรก เขาได้มีส่วนร่วมในการยึดเมืองควิเบก ก่อนที่จะเกิดการสู้รบที่ทุ่งอับราฮัม ในปี ค.ศ. 1759 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างกองทัพบกและกองทัพเรือของอังกฤษกับกองทัพฝรั่งเศสที่ทุ่งราบภายนอกเมืองควิเบก เจมส์ คุก ได้แสดงพรสวรรค์ออกมาในการสำรวจและการทำแผนที่ และรับผิดชอบการทำแผนที่ตรงทางเข้าแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ ซึ่งผลจากการสำรวจและทำแผนที่ของเจมส์ คุก นี้ทำให้นายพลวอล์ฟ สามารถทำการโจมตีและรบชนะกองทัพฝรั่งเศสในทุ่งอับราฮัมได้ ทำให้อังกฤษสามารถยึดครองดินแดนแถบนั้นเป็นอาณานิคมได้ในที่สุด
             ด้วยความเชี่ยวชาญในการสำรวจของเขาได้ทำแผนที่ชายฝั่งอันขรุขระของนิวฟาวด์แลนด์ ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่นอกชายฝั่งตะวันออกของอเมริกาเหนือ โดยทำเป็นแผนที่ชายฝั่งทะเลของเกาะที่มีความละเอียดสูงเป็นแผนที่แรก และทำให้เขาได้รับความสนใจจากกระทรวงกองทัพเรืออังกฤษ และราชสมาคม ที่จะให้เขาเป็นผู้นำในการเดินทางสำรวจดินแดนโพ้นทะเลอื่นๆ
               ต่อมาเขาได้ล่องเรือต่อไปยังตะวันตกเฉียงใต้สู่นิวซีแลนด์ และใช้เวลาทำแผนที่ทั้งสองเกาะเป็นเวลา 6 เดือน เขาได้ทำแผนที่ชายฝั่งนิวซีแลนด์ให้สมบูรณ์ เขาได้ค้นพบว่าเกาะนิวซีแลนด์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่ยิ่งใหญ่ทางตอนใต้ที่เขาค้นหาอยู่ แต่เป็นเกาะใหญ่ 2 เกาะใกล้กัน เขาเดินทางมานิวซีแลนด์โดยมีหัวหน้าเรือชาวตาฮิติที่พูดกับชาวเมารีรู้เรื่อง ทำให้คณะการเดินทางของเขาได้รับการต้อนรับอย่างดีจากชาวเมารี และพบว่าชาวเมารีเป็นชนพื้นเมืองที่มีจิตใจเป็นนักรบและกล้าหาญ  ว่ากันว่าชาวตะวันตกรู้จักการสักเป็นครั้งแรกก็เพราะเจมส์ คุก ชาวเกาะทะเลใต้หรือเมารีนั้นนิยมการสักกันมากและเรียกว่า “ทาทาอู” ในบันทึกส่วนตัวของเขา 

ผู้บังคับการเรืออาวุโส - Post Captain
               นปี ค.ศ. 1769 ได้เดินทางไปยังหมู่เกาะ Marquesas Islands เขาได้พบเห็นการสักเหล่านี้และเขาได้เขียนบันทึกไว้ว่า “พวกเขาทำสัญลักษณ์บนผิวหนังของคนและเรียกสิ่งนี้ว่าแทตโทว์” เขาได้นำชาวพื้นเมืองเมารีที่เชี่ยวชาญการสักกลับไปอังกฤษด้วย และการสักเกิดติดลมกลายเป็นแฟชั่นในหมู่คนชั้นสูง เพราะคนมีเงินเท่านั้นจึงจะมีรอยสักได้เนื่องจากมีราคาแพง  หลังจากนั้นเขาจึงตัดสินใจกลับอังกฤษโดยแล่นเรือไปทางทิศตะวันตก และไปถึงชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปออสเตรเลียได้ในที่สุด
              ปี ค.ศ. 1770 เขาเป็นชาวยุโรปพวกแรกที่เดินทางไปถึงและค้นพบชายฝั่งทะเลตะวันออกของทวีปออสเตรเลีย  เขาบันทึกว่าเขาได้พบกับชาวพื้นเมืองที่ต่อมาถูกเรียกว่า “อะบอริจิ้นส์” ที่เกาะบรัซ โดยบันทึกไว้ว่า “ชาวอินเดียน...สี่ถึงห้าคน...เปลือยกายและตัวดำมาก”  กระแสลมทำให้เรือของเขาได้ถูกพัดขึ้นไปทางเหนือเรื่อยๆ และได้มาพักที่อ่าวใหญ่แห่งหนึ่ง เขาและลูกเรือได้เดินทางเหยียบพื้นแผ่นดินใหญ่ของทวีปออสเตรเลียเป็นครั้งแรก โดยเขาได้ตั้งชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า “โบทานีย์เบย์” (Botany Bay) นักพฤกศาสตร์ที่เดินทางไปด้วย ได้พบและเก็บตัวอย่างพืช นก และสัตว์ใหม่ๆ จำนวนมากมาย ดังนั้นเจมส์ คุก จึงตั้งชื่อที่แห่งนี้ว่าโบตานีเบย์ (แปลว่าอ่าวแห่งต้นไม้) จากการพบพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ๆ นั่นเอง 
                   หลังจากนั้นเจมส์ คุก ก็ล่องเรือต่อไปทางเหนือมาเรื่อยๆ และก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อเรือเอนเดฟเวอร์แล่นเรือเกยตื้นโขดหินไปชนแนวปะการังขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งก็คือปะการังเกรตแบริเออร์รีฟที่อยู่ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย เกรตแบริเออร์รีฟเป็นแนวปะการังที่ ยาวที่สุดในโลกคือยาว 2,600 กิโลเมตร กินพื้นที่ถึง 344,400 ตารางกิโลเมตร  การชนปะการังทำให้เรือได้รับความเสียหายมาก และทำให้การเดินทางต้องล่าช้า เรือจอดซ่อมที่ชายหาดแห่งหนึ่ง ปัจจุบันคือ Cook Town ซึ่งสถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้ๆ กับปากแม่น้ำเอนเดฟเวอร์ ในขณะที่หยุดซ่อมแซมเรืออยู่นั้น เขาได้ออกสำรวจพร้อมด้วยลูกเรือบางคนของเขาเข้าไปภายในทวีป และได้พบจิงโจ้สัตว์ประหลาดที่มีถุงเลี้ยงลูกอยู่ที่ท้อง พวกเขาได้ถูกชาวพื้นเมืองรบกวนหลายทางจนถึงกับจุดไฟป่าไล่พวกเขาไป

 
                       เมื่อซ่อมเรือเสร็จจึงออกเดินทางต่อ และล่องเรือผ่านแหลมยอร์ค ทอร์เรสสเตรท ซึ่งอยู่ระหว่างออสเตรเลียและนิวกีนี และก็ทอดสมอและลงเรือที่เกาะโพเซสชั่น เจมส์ คุกชักธงอังกฤษขึ้นที่นี่ และอ้างสิทธิ์ในแถวตะวันออกของทวีปทั้งหมดนี้ให้อยู่ภายใต้ชื่อ "นิวเซาธ์เวลส์" แด่พระเจ้าจอร์จที่ 3  เขาเดินทางถึงอังกฤษ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1771 
                  กรกฎาคม ค.ศ. 1775 เค้าเกษียณตัวเองไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล Royal Hospital ในกรีนนิช แต่เขาก็ยังคงคิดถึงการเดินทาง เขาจึงวางแผนเดินทางอีกเป็นครั้งที่สามซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับเขาได้บังคับบัญชาเรือ HMS Resolution อีกครั้ง และมีเรืออีกลำคือ Discovery เดินทางออกไป      เขาแล่นเรือขึ้นทางเหนือและค้นพบหมู่เกาะฮาวายเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 เดือนมกราคม ปี ค.ศ. 1778 โดยเขาได้ตั้งชื่อเกาะแห่งนี้ว่า “หมู่เกาะแซนด์วิช” ตามชื่อของลอร์ดแซนด์วิช ซึ่งเป็นเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ต่อมาหมู่เกาะนี้ได้ตั้งชื่อใหม่และเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันว่า “หมู่เกาะฮาวาย”          
                     เจมส์ คุก ได้ทำแผนที่ส่วนใหญ่ของชายฝั่งทะเลของทวีปอเมริกาเหนือบนแผนที่โลกได้เป็นครั้งแรก เขาได้พยายามแล่นเรือข้ามช่องแคบแบริ่งหลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลว เขาจึงเริ่มที่จะทรมานจากอาการปวดท้อง เขากลับมายังฮาวายอีกครั้งในปี ค.ศ. 1779 และในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เขาถูกฆ่าตายโดยชาวเกาะฮาวาย โดยเรือ HMS Resolution และเรือ Discovery ก็เดินทางกลับถึงอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1780
...........................