....

One Piece วันพีช อันโกโร่ Ankoro ★ アンコロ

โลกใหม่ Newworld
Neme อันโกโร่ (Ankoro)
สายพันธุ์ ปลาทะเลน้ำลึกขนาดยักษ์(Underworld of the sea)  
-  ประเภทปลาตกเบ็ดน้ำลึก (Anglerfish)  
ค่าหัว ประมาณ 45,000,000 เบรี 
ถิ่นที่อยู่ แกรนต์ไล(Grand Line) 
- นรกใต้ทะเลลึก 7,000 เมตร  (Underworld of the sea) 
ตำแหน่ง สัตว์เลี้ยงประจำกลุ่มโจรสลัดฟลายอิ้ง(Flying Pirate) 
ลักษณะพิเศษ(Species)
               มีผิวหนังสีเทาตลอดทั้งตัวและครีบหลัง มีขนาดลำตัวที่ใหญ่โต มโหฬารและมีปากที่กว้างขนาดกลืนเรือทั้งลำเข้าไปได้อย่างสบายๆ                 

                  อันโกโร่ (Ankoro)หรือที่รู้จักกันชื่อ “เจ้าตัวกินเรือ”เป็นปลาทะเลน้ำลึกที่คอยดักเรือที่จะเดินทางไปยังเกาะเงือกด้วยความสามารถพิเศษในการใช้ หนวดที่เหมือนโคมไฟส่องสว่างให้เหยื่อคิดว่าเป็นแสงของทางออกแต่เมื่อไปถึงเรือก็มักจะถูกทำลายด้วยการงับเพียงครั้งเดียว แหลกเละไม่มีชิ้นดี
              - ชื่ออันคุโร่มาจากชื่อปลา อันโกะ(Anko) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าปลา อังเกิ้ลฟิช(Anglerfish)
......................





อันโกโร่ (Ankoro)

                     จ้าวแห่งท้องทะเล อันโกโร่ ปรากฏตัวครั้งแรกและเป็นครั้งเดียวที่ได้เห็นในบริเวณที่เรียกว่านรกใต้ทะเลลึกซึ่งเป็นสถานที่ๆมีภูมิประเทศแปลกประหลาด หฤโหดแบบสุดๆ มีทั้งสัตว์ทะเลน้ำลึกรูปร่างปะหลาดขนาดยักษ์เพ่นพ่านเต็มไปหมด ซ้ำร้ายน้ำทะเลบริเวณนี้ยังมีอุณหภูมิสูงอันเนื่องมาจากเป็นที่ๆมีภูเขาไฟระเบิดอยู่เป็นประจำ ทำให้สัตว์ที่อยู่ในบริเวณนี้จึงน่าจะทรหดพอตัวเลยทีเดียว สำหรับอันโกโร่ เค้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มโจรสลัด ฟลายอิ้งของ ฟานเดอ เคคเด่นและเป็นคู่หูของ วาดะทสึมิ มีหน้าที่คอยกินเรือที่ปล้นเอาสมบัติมาหมดแล้ว แต่ในบางครั้งก็รอไม่ไหว กินก่อนปล้นทำให้วาดะทสึมิคอยเตือนอยู่เสมอ และก็รวมถึงเรือของพวกลูฟี่ด้วยที่หลงกลตามแสงโคมไฟมาจนเกือบถูกกลืนเรือเข้าไปทั้งลำ โชคดีที่เกิดภูเขาไฟระเบิดขึ้นทั้งสองฝ่ายจึงต่างคนต่างหนีเอาตัวรอด
...........................



【】นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว【】
    เปิดตำนานปลาโคมไฟน้ำลึก ( Anglerfish ) ตำนานเล่าขานที่เลวร้ายที่สุดใต้ทะเลลึก

                    ปลาตกเบ็ดน้ำลึก แน่นอนว่า คงไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่มืดมิดไปกว่าชีวิตของปลาตกเบ็ดอีกแล้ว ในท้องทะเลลึกลงไป 3.2 กิโลเมตรสู่ความมืดมิดอย่างไร้ที่สิ้นสุด พวกมันเป็นก้อนเนื้อมืดมัวไร้ความเคลื่อนไหวซึ่งประกอบขึ้นจากกระดูกพรุนๆ กล้ามเนื้อเหี่ยวๆ และผิวหนังสีดำที่บางเหมือนกระดาษพวกมันมีแค่แบคทีเรียเรืองแสงเป็นเพื่อน มีชีวิตผ่านไปวันๆ โดยไม่ต้องทำอะไรนอกจากรอคอย บ่อยครั้งที่ต้องรอนานเป็นเดือนๆ คอยเปิดปิดไฟในตัวด้วยความหวังว่า แสงไฟจะดึงดูดสิ่งมีชีวิตสักตัวที่อยู่นอกเขตอันมืดมิดให้พลัดหลงเข้ามอยู่ ในรัศมีของปากขนาดมหึมาได้นานพอ
                 “Angler fish” เป็นคำที่ใช้เรียกสัตว์ประมาณ 300 ชนิดในทะเล ไม่ว่าจะเป็นคางคกทะเล (sea toad) ปลากบ ปลาค้างคาว หรือปลายักษ์ (monkfish) ทุกชนิดล้วนแล้วแต่ดึงดูดเหยื่อด้วยอวัยวะที่มีความยืดหยุ่นซึ่งยื่นออกไป จากร่างกายคล้ายกับเบ็ดตกปลา โดยปรกติ อวัยวะนี้จะงอกออกมาจากกลางหัวของพวกมัน แต่แทนที่จะเป็นหนอนห้อยอยู่ที่ปลายเบ็ด ส่วนปลายของอวัยวะนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่า เอสคา (ในภาษาละตินหมายถึงอาหาร) เอสคานี้สามารถแกว่งไกวไปมาได้เหมือนเหยื่อที่มีชีวิต เอสคาของปลาตกเบ็ดในทะเลลึกสามารถเรืองแสงได้ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับกระบวนการทางเคมีที่ควบคุมโดยแบคทีเรียที่ อาศัยอยู่บนเอสคา ปลาตกเบ็ดจะคอยส่งอาหารให้พวกแบคทีเรียเพื่อแลกเปลี่ยนกับแสงดังกล่าว รูปทรงของเอสคาในปลาตกเบ็ดแต่ละชนิดจะแตกต่างกันออกไป ครั้งหนึ่งเชื่อกันว่า เอสคาแต่ละแบบมีไว้เพื่อดึงดูดเหยื่อประเภทต่างๆ แต่ในตอนนี้เชื่อกันว่า ทุกชนิดกินอาหารแบบเดียวกัน บางทีการมีสายเบ็ดขนาดใหญ่ที่สามารถส่องแสงและโค้งงอได้งอกออกมาจากหัวอาจ เป็นการแสดงออกทางเพศอีกรูปแบบหนึ่งก็เป็นได้
                 ปลาตกเบ็ดในทะเลลึกเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่าเกลียดและแปลกประหลาดที่ สุดบนโลกนี้ พวกมันมีกระเพาะอาหารที่ยืดหยุ่นซึ่งช่วยให้สามารถกลืนกินเหยื่อที่มีขนาด ใหญ่มากกว่าตัวเอง 2 เท่า (พวกมันยังมีแม้กระทั่งเยื่อกรองแสงในกรณีที่กลืนกินปลาเรืองแสงเข้าไป) นอกจากนี้ ปลาตกเบ็ดมีฟันหน้าที่แทงกลับหลังเข้าไปภายในปากและยังมีฟันอีกชุดหนึ่งอยู่ ในลำคอ เพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อหลบหนี
                    ปลาตกเบ็ดพันธุ์อลูมิเนเทด เน็ตเดวิล (Illuminated netdevil ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Linophryne arborifer) เพศเมียมีรูปลักษณ์เหมือนกับหัวผักที่ส่องแสงได้ ลำตัวของมันจะเป็นกระเปาะกลมสีดำและมีสายล่อเหยื่อสองเส้นคอยส่องประกายออก มาคล้ายกับลวดลายที่ชวนให้มึนงง ส่วนครีบที่เหมือนหนามขนาดใหญ่ของพันธุ์แฮรี่ ซีเดวิล (Hairy seadevil ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Caulophryne polynemaX ก็มีรูปลักษณ์เหมือนของที่เน่าเปื่อย ร่างกายของมันปกคลุมด้วยขนอันซีดเซียวไม่น่าพิสมัย ส่วนสายล่อเหยื่อก็ดูคล้ายกับก้านของต้นชะเอมที่แตกออกเป็นฝอย มันเป็นเส้นประสาทข้างลำตัวที่มีสัมผัสไวที่สุดในบรรดาปลาด้วยกัน การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยสามารถกระตุ้นให้ขากรรไกรของมันเปิดและปิดได้ปลา ตกเบ็ดพันธุ์เอลส์แมนส์ วิปโนส (Elsman’s whipnose ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Gigantactis elsmani) จะพลิกตัวว่ายน้ำตามสายเบ็ดของมันไปตามพื้นทะเล ส่วนพันธุ์วูลฟ์แทรป ซีเดวิส (Wolftrap seadevil ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Lasiognathus saccostoma) มีตะขอส่องแสงสามชุดที่ตอนปลายของสายล่อเหยื่อซึ่งพุ่งตรงไปข้างหน้าคล้าย กับคันเบ็ดของชาวประมง และพันธุ์พรินซ์ แอกเซล วอนเดอฟิช (Prince Axel’s wonderfish ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Thaumatichthys axeli) จะมีสายล่อเหยื่อออกมาจากเพดานปลาเหมือนต่อมทอมซิลเรืองแสงหนึ่งคู่
                 ปลาตกเบ็ดเพศผู้ในทะเลลึกมีขนาดเล็กกว่าตัวเมียและไม่มีสายล่อเหยื่อ สิ่งที่พวกมันสนใจมีเพียงแค่การหาคู่ ไม่ใช่การล่าเหยื่อ พวกมันจะใช้ตาคู่โตมองหาที่เหมาะสมและใช้รูจมูกขนาดใหญ่ตามกลิ่นฟีโรโมนของ ตัวเมีย เมื่อเจอตัวเมียแล้ว พวกมันจะใช้ฟันกัดตัวเมียก่อนเกาะติดอย่างแนบแน่นแล้วจึงเริ่มสลายหายไปทีละ น้อย ทั้งร่าง กระดู และหลอดเลือดทุกอย่างในตัวมันจะผสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตัวเมีย หลังจากผ่านไปสองสามสัปดาห์ ส่วนที่เหลืออยู่ของตัวผู้ก็คือถุงอัณฑะของพวกมันที่คอยส่งน้ำเชื้อให้ ถุงนี้จะแขวนไว้ข้างลำตัวของตัวเมีย มีการพบปลาตกเบ็ดตัวเมียหลายตัวมีถุงอัณฑะแขวนอยู่ข้างลำตัวถึง 8 ใบ สำหรับปลาตกเบ็ดบางชนิด ถ้าตัวผู้หาตัวเมียไม่เจอ พวกมันจะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นตัวเมียแทน และเริ่มขยายขนาดร่างกายให้ใหญ่โตมหึมา ดังนั้น พฤติกรรมที่ปลาตกเบ็ดแสดงให้เห็นเช่นนี้ จึงสรุปได้ว่า สิ่งเดียวที่แย่ยิ่งกว่าการเป็นปลาตกเบ็ดก็คือ การเกิดมาเป็นปลาตกเบ็ดตัวผู้นั่นเอง

บทความดีๆจาก bicycle2011.com
..............................