....

One Piece วันพีช เอปิส_Apis ★ アピス

ฉายา หนูน้อยเอปิส(Apis)
ค่าหัววันพีช ไม่มีการประกาศจับ(Unknown)
สังกัด กองทัพเรือรัฐบาลโลก

อาศัย เกาะเรือรบ(Warship Island)
อายุ  
11 ปี
ส่วนสูง ประมาณ 135 cm  
ตำแหน่ง  ---
ผลปีศาจ  ฮิโซะ ฮิโซะ(Hiso Hiso)สายพารามิเซีย
ผลกระซิบ : สามารถรับรู้และได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน
อาวุธ ---
เพื่อน  ปู่ - โบคุเด็น(BOKUDEN)
เผ่าพันธุ์ มนุษย์
ปรากฏตัวใน  One Piece :Thousand-Year Dragon Filler
- การผจญภัยลอสไอร์แลนตำนานเกาะมังกรพันปี 


              เอปิส (Apis)นั้นเป็นเพียงเด็กผู้หญิงธรรมดาที่มีผมสีทอง หน้าตาดูสดใสโดดเด่นที่ดวงตากลมโต สวมใส่เสื้อผ้าในแบบชนเผ่าโบราณประกอบด้วยเสื้อยาวสีเหลือง ประดับด้วยลูกไม้ สวมหมวกทรงแหลมและสวมรองเท้าสีแดง   เอปิสนั้นแม้ว่าจะเป็นเด็กแต่ก็รักในการพจญภัยซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการได้ยินเสียงที่สัตว์คุยกันถึงความวิเศษของโลกอันกว้างใหญ่ และมักแสดงอาการเบื่อหน่ายอยู่เสมอเมื่อปู่ของเธอเริ่มเล่าประวัติของครอบครัวให้ฟัง
       - ชื่อของเอปิส-APIS นั้นมาจากชื่อเทพเจ้าองค์หนึ่งของอียิปต์ โดยเทพองค์นี้คือเทพ โอสิริส ที่มีร่างอวตารเป็น "โค"หรือวัวนั่นเองโดยชาวอียิปต์ให้พระนามใหม่ว่าอาปิสและนับถือให้เป็นเทพแห่งพละกำลังและการสงคราม ในที่นี้มีความหมายเป็นนัยเกี่ยวกับการพูดคุยกับสัตว์ได้
............................
http://pirateonepiece.blogspot.com/2010/02/wanted-kureha.html【】 เปิดตำนานเทพเจ้าโบราณจากอียิปต์โบราณ เทพแห่งพละกำลัง เอปิส (APIS) 【】



http://pirateonepiece.blogspot.com/search/label/Wanted%20BoSS%20FilleR.
หนูน้อยเอปิส(Apis )
          เอปิสเด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่ภายนอกดูอ่อนแอแต่เธอเองก็เป็นหนึ่งในผู้มีพลังจากผลปีศาจโดยเธอเป็นผู้มี  พลังจากผลปีศาจ ฮิโซะ ฮิโซะ Hiso Hiso : Whisper ผลกะซิบกะซาบ สายพารามิเซีย(Paramecia)  มีพลังพิเศษในการเข้าใจภาษาสัตว์ทุกชนิดโดยเสียงที่ได้ยินไม่จำเป็นต้องเป็นเสียงร้องเพียงแค่มองตาหรือได้ยินเสียงเพืยงแผ่วเบาก็สามารถเข้าใจความหมายทั้งหมดได้โดยง่ายแต่โดยส่วนมากเอปิสมักเป็นฝ่ายได้ยินฝ่ายเดียวมากกว่าโดยเฉพาะมักได้รับการเตือนภัยจากอันตรายอยู่เสมอ แต่ความสามารถนี้อาจมีจุดอ่อนอยู่ที่การจำกัดเฉพาะสัตว์ที่อยู่บนพื้นดินเท่านั้นส่วนสัตว์ที่อยู่ใต้น้ำพลังจากผลปีศาจอาจไม่สามารถไปถึงได้

มังกรพันปี  SENNENRYU
                   ปรากฏตัวครั้งแรกในช่วงแรกเนื้อเรื่องระหว่างการเดินทางของลูฟี่ซึ่งในขณะนั้นมีค่าหัวเพียง 30ล้านเบรี ลูฟี่พบเอปิสลอยอยู่กลางทะเลจึงรับขึ้นเรือมาด้วย  ต่อมาพวกของลูฟี่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคุ้มกันมังกรพันปีที่อาปิสตัดสินใจว่าจะไปส่งให้ถึงเกาะลอสท์ไอแลนต์ โดยระหว่างการเดินทางลูฟี่และพวกต้องต่อสู้กับกองเรือขนาดใหญ่ของนายพลเนลสันที่มีเรือรบขนาดใหญ่อยู่หลายรำและมีมือสังหารมือหนึ่ง อีริค เดอะ ไวร์วินด์ ที่เหี้ยมโหดประจำการอยู่การต่อสู้ของพวกลูฟี่ดำเนินไปสู้บ้างหลบบ้างจนในที่สุดก็สามารถมาถึงจุดหมายที่เกาะลอสท์ไอแลนต์จนได้
................................. 


 【】 นอกเรื่องวันพีชความรู้รอบตัว【】
          เปิดตำนานเทพเจ้าอียิปต์โบราณ เอปิสจ้าวแห่งพละกำลัง (Ancient God Egypt APIS)
                    ชาวอียิปต์ให้ความสำคัญกับ "โค" มาก มีเทพนิยายเกี่ยวกับโคซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และเป็นสัญลักษณ์ของพละกำลังของกษัตริย์ยอดนักรบของชาวอียิปต์  ชาวอียิปต์นับถือเทพเจ้าหลายองค์ โดยเชื่อว่า ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทั้งปวงที่จะส่งผลให้มนุษย์ได้รับความสุข หรือความหายนะนั้นเกิดจากการกระทำของเทพเจ้าทั้งสิ้น ดังนั้นแต่ละเมืองของอียิปต์จะมีเทพเจ้าประจำเมือง ชาวอียิปต์นับถือ เร (Re) เป็นเทพเจ้าสูงสุด ซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็น สุริยเทพอามอน (Amon) และเป็น เทพผู้สร้างมนุษย์ เทพอามอนจะปรากฏพระองค์ในรูปของแกะตัวผู้ หรือมีร่างเป็นมนุษย์แต่มีศีรษะเป็นแกะ 

เทพเจ้าอียิปต์ ผู้สง่างาม อาปิส (Apis)
                  เทพเจ้าที่ได้รับการนับถือทั่วประเทศมี 3 องค์ คือ เทพโอสิริส (Osiris) และเทพีไอสิส (Isis) และเทพโฮรัส (Horus) เทพโอสิริสได้รับการยกย่องให้เป็นเทพผู้คุ้มครองแม่น้ำไนล์ และเป็นผู้ตัดสินบาปบุญคุณโทษของวิญญาณทั้งปวง เทพีไอสิส เป็นชายาของเทพโอสิริส เป็นเทพีผู้ปกป้องคุ้มครองเด็กๆ ส่วนเทพโฮรัสเป็นโอรสของเทพและเทพีทั้ง 2 องค์นั้น  นอกจากนี้ชาวอียิปต์ ยังมีความเชื่อว่าสัตว์บางชนิดเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าต่างๆ จึงบูชาสัตว์เหล่านั้นด้วย ชาวอียิปต์เชื่อว่าวิญญาณของเทพโอสิริสสิงอยู่ในร่างของโค ดังนั้นชาวอียิปต์จึงนับถือ "โค" เป็นเทพเจ้าและให้นามว่าอาปิส (Apis) โดยยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าผู้มีพละกำลัง และมีความสามารถในการสงคราม  
                  เฮโรโดตุส (Herodotus) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ที่เดินทางเข้าไปในอาณาจักรอียิปต์ ได้บันทึกเกี่ยวกับลัทธิการบูชาเทพเจ้าอาปิสไว้อย่างละเอียด โดยเล่าว่าชาวอียิปต์จะต้องคัดเลือกลูกโคตัวผู้ที่มีลักษณะดี มาเป็นตัวแทนเทพเจ้าอาปิส คือต้องคัดเลือกลูกโคที่เป็นลูกโทน และต้องเป็นลูกโคที่คลอดจากแม่โคที่ไม่สามารถให้กำเนิดลูกได้อีก (คือไม่มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน) ต้องเป็นโคที่มีสีดำ มีจุดสีขาวเป็นรูปสามเหลี่ยมบนหน้าผาก และมีสัญลักษณ์รูปนกอินทรีย์กำลังบินอยู่บนหลัง ขนที่หางต้องเป็นคู่ และยังมีสัญลักษณ์ที่เป็นมงคลอื่นๆ อีก เช่น มีสัญลักษณ์รูปพระจันทร์เสี้ยวอยู่บริเวณคอ เป็นต้น  
                  เมื่อได้พบลูกโคที่มีคุณลักษณะดังกล่าว (ไม่ต้องครบทุกลักษณะ) แล้วก็จะนำลูกโคมาเลี้ยงดูอย่างดีในวัด โดยคณะนักบวช จนครบ 40 วัน แล้วนำไปลงเรือเพื่อล่องไปตามแม่น้ำไนล์อันศักดิ์สิทธิ์ จนไปถึงเมืองเมมฟิส (Memphis) ในอียิปต์ตอนล่าง เพื่อประดิษฐานให้เป็นเทพเจ้าอาปิส  นอกจากนี้แม่ของลูกโคที่ได้รับคัดเลือก ก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีด้วย บางตำราว่าลูกโคที่ได้รับคัดเลือกเป็นเทพเจ้าอาปิสจะถูกฆ่า (หลังจากเลี้ยงไว้ช่วงหนึ่ง) เพื่อประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ และชาวอียิปต์ก็จะเริ่มต้นแสวงหาลูกโคตัวใหม่มาแทนที่ แต่บางตำราก็กล่าวว่าลูกโคที่ได้รับคัดเลือก จะได้รับการเลี้ยงดูในฐานะเทพอาปิสจนสิ้นอายุขัย  


               เรื่องราวเกี่ยวกับโคอาปิส เริ่มปรากฏเด่นชัดขึ้น เมื่อปี ค.ศ. 1850 เมื่อนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส คือ นายออกุส มาเรียต (Auguste Mariette) ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลอียิปต์ ให้ไปทำการสำรวจและขุดค้นพีระมิดในเมืองกิซา (Giza) และไปสำรวจขุดค้นสุสานใหญ่ของเมืองเมมฟิส (Memphis) โดยได้ขุดพบสฟิงซ์ (Sphinx) ขนาดใหญ่ เรียงอยู่ 2 ข้างถนน  ต่อจากนั้นเขาได้ขุดพบสุสานของโคอาปิส ซึ่งเป็นโคศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเมมฟิส เป็นสัญลักษณ์ของพละกำลังของเทพเจ้า และเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ จากการอ่านเอกสารโบราณ เขาสามารถสรุปได้ว่า ตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรเก่า (Old Kingdom) คือราว 2686-2180 ปีก่อน ค.ศ. จนถึงสมัยราชอาณาจักรใหม่ (New Kingdom) คือราว 1567-1085 ปีก่อน ค.ศ. นั้น ฟาโรห์ (กษัตริย์อียิปต์) จะต้องเสวยเนื้อของโคอาปิส เพื่อช่วยให้เป็นหนุ่ม และมีพละกำลังมากขึ้นโดยการดูดกลืนอำนาจ และพละกำลังจากโคศักดิ์สิทธิ์นี้  
               จากผลการขุดค้นสุสานของฟาโรห์ รามเสสที่ 2 (Ramesses II) ซึ่งอยู่ในช่วง 1292-1225 ปีก่อน ค.ศ.) นั้น มาเรียตได้ขุดพบซากโคอาปิสที่ได้รับการทำมัมมี่ (แต่เป็นส่วนที่เหลือจากพิธีกินเลี้ยงที่ศักดิ์สิทธิ์) บรรจุอยู่ในหีบศพที่ทำด้วยหินจำนวนหลายใบ และในแต่ละใบ มาเรียตไม่ได้พบส่วนศีรษะของวัวเลย  จากบันทึกของเฮโรโดตุส นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกทำให้เราทราบว่า สมัยราชอาณาจักรใหม่ ตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 26 เป็นต้นมา ได้มีการทำมัมมี่ของโคอาปิสทั้งตัว แสดงว่าในช่วงนี้ฟาโรห์ไม่ได้เสวยเนื้อโคอาปิสแล้ว และอาจจะมีการใช้วัวตัวอื่นแทนก็ได้ อย่างไรก็ตามโคอาปิสจะถูกฆ่าให้ตายก่อนที่จะแก่ เพื่อให้คงพละกำลังและอำนาจเพียงพอที่จะถ่ายทอดให้ฟาโรห์ได้  
               นอกจากนี้มาเรียตยังได้พบจารึกที่ระบุว่าในสมัยหลัง (ราว 730-332 ปีก่อน ค.ศ.) โคอาปิสจะถูกปล่อยให้ตายเองตามอายุขัย เมื่อโคอาปิสตายก็จะมีการส่งข่าวไปทั่วประเทศอียิปต์ เพื่อให้ประชาชนบริจาคเงินช่วยในการฝังศพโคศักดิ์สิทธิ์ ซากโคจะถูกนำไปทำความสะอาด และอาบยาเพื่อทำมัมมี่ จากหลักฐานที่ขุดพบ ปรากฏว่าห้องอาบยาอยู่ติดกับห้องที่เลี้ยงโคอาปิส  เนื่องจากได้พบแผ่นหินอ่อนและอ่าง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการอาบยา การอาบยาต้องใช้เวลาถึง 70 วัน เมื่ออาบยาเสร็จแล้วก็จะถูกนำไปยังสุสานใหญ่ที่เมืองซักการา (Saqqara) ซึ่งเป็นสุสานใหญ่ของเมืองเมมฟิส เพื่อประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นชาวอียิปต์ก็จะเริ่มต้นแสวงหาลูกโคตัวใหม่ที่มีคุณลักษณะตามตำราให้มาแทนที่โคอาปิสตัวเก่า  นับว่าชาวอียิปต์มีจินตนาการเกี่ยวกับโคได้อย่างน่ามหัศจรรย์
 ขอขอบคุณ ศ.ดร.ผาสุข อินทราวุธ
...............................